top of page

การเติบโตของบ้านร่องกล้า ต้นกล้าที่ผลิใบ


ชมรม Q Arabica Grader Thailand เป็นการรวมตัวของเหล่าเซียนกาแฟเพื่อร่วมกันพัฒนากาแฟไทยสู่มาตรฐานสากล ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้ในเรื่องการปลูกกาแฟที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรกาแฟบ้านร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่แหล่งปลูกอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เราได้มีโอกาสเดินทางติดตามไปร่วมฟังการให้ความรู้จากชมรม Q Arabica Grader Thailand เพื่อร่วมเรียนรู้วิธีการปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งบ้านร่องกล้า ถือเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีคุณภาพและเป็นที่จับตามองอีกแหล่งปลูกหนึ่งของไทย


ในช่วงอนุบาลต้นกล้าพันธุ์ นับเป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนของต้นกาแฟที่ต้องใส่ใจ - เอก สุวรรณโณ

เริ่มต้นวันด้วยความรู้เรื่องการจัดการดินที่เป็นหัวใจหลักของการเพาะปลูกกาแฟ เพื่อทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจมากขึ้นและเป็นรากฐานในกระบวนการถัดไป จากพี่เอก สุวรรณโณ เกษตรกรเจ้าของฟาร์ม “First Valley Coffee Academy” พี่เอกเริ่มต้นเล่าประสบการณ์การเตรียมสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะกับพื้นที่ ซึ่งจะทำให้กาแฟสามารถมีโอกาสในการเติบโตและได้ผลผลิตเต็มที่ เริ่มที่การเลือกสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมในพื้นที่ แล้วจึงนำต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาเพาะต้นกล้าพันธุ์ไว้สำหรับการปลูกในรุ่นต่อๆ ไป การเลือกถุงเพาะต้นกล้ากาแฟที่มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ก็มีส่วนที่จะทำให้ต้นกล้ากาแฟเติบโตได้ดี เพราะรากที่งอกจะตรงและยาว มีพื้นที่หาอาหารที่กว้างและลึกกว่ารากที่คดงอ


“ในช่วงอนุบาลต้นกล้าพันธุ์ นับเป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนของต้นกาแฟที่ต้องใส่ใจ และให้การดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อได้สายพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ คุณภาพดินก็จะต้องมีสารอาหาร และลักษณะของดินที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้ากาแฟ เวลานำต้นกล้ากาแฟลงดินที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ ก็จะทำให้ต้นกาแฟเติบโตเต็มที่ และแข็งแรงมีภูมิต้านทานจากโรคพืชและแมลง เหมือนคนที่ได้รับสารอาหารครบทุกหมู่ร่างกายก็มีภูมิคุ้มกันที่สูงสามารถต่อสู้กับโรคได้”



การเตรียมพื้นที่ของไร่กาแฟให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมนั้น มีผลอย่างมากต่อจำนวนและคุณภาพของผลผลิตเมล็ดกาแฟ พี่ต้น - กมลวรรจน์ โตบุญช่วย ได้บอกถึงวิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในไร่กาแฟ ที่เกษตรกรสามารถทำได้ด้วยตัวเอง วิธีแรกคือการสร้างไม้ร่มเงาให้กับกาแฟ เพื่อลดแสงแดดที่จะปะทะกับต้นกาแฟ ซึ่งช่วยปรับอากาศรอบๆ ให้เย็นลง ทำให้ผลกาแฟสุกช้าลง ส่งผลให้กาแฟมีรสชาติดีขึ้น และวิธีที่สองคือรักษาความสะอาดบริเวณรอบโค่นต้นกาแฟ ป้องกันไม่ให้มีเศษใบไม้ และกิ่งไม้ไปหมักหมมกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของมอด และคอยกำจัดวัชพืชที่จะแย่งอาหารจากต้นกาแฟ

การพึ่งพากันของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ที่จะเกื้อหนุนให้กาแฟสามารถให้ผลผลิตได้ดี - วัลลภ ปัสนานนท์

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นกว่าเดิม ที่ไร่กาแฟ Nine - One Coffee โดยมีพี่วัล - วัลลภ ปัสนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย และเจ้าของไร่กาแฟ Nine - One Coffee มาแนะนำวิธีการจัดการสวนกาแฟอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกด้วยวิธีการใช้เชือกผูกเป็นสัญลักษณ์แบ่งกลุ่มของต้นกาแฟ เพื่อให้ง่ายต่อจัดตารางวันเก็บผลผลิต วิธีตัดแต่งกิ่ง และการทำปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกรเพื่อนำไปปรับใช้ ซึ่งพี่วัลเล่าว่า


“การพึ่งพากันของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ที่จะเกื้อหนุนให้กาแฟสามารถให้ผลผลิตได้ดี จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าก็จะทำให้ความชื้นและอุณหภูมิของพื้นที่เหมาะกับการเติบโตของกาแฟ สัตว์ป่าก็จะเข้ามาให้ปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้ขนาดเมล็ดกาแฟใหญ่ขึ้น และมีรสชาติมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ”



เมื่อได้ผลผลิตมาเรียบร้อย เครื่องมือ และสถานที่ที่ใช้ในการแปรรูปกาแฟ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการรักษาคุณภาพกาแฟ เริ่มจากโรงตากกาแฟที่จะต้องสะอาด และสามารถป้องกันแมลงศัตรูพืช เพื่อให้ผลผลิตไม่เกิดความเสียหาย และเครื่องคั่วกาแฟที่มีคุณภาพ เมื่อนำมาใช้ทำการคั่วกาแฟ จะช่วยส่งเสริมให้กาแฟออกมารสชาติดีเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น คุณสาโรจน์ เจ้าของร้านกาแฟ The Roast Chiang Rai Coffee บอกกับเราว่า


“เครื่องคั่วธรรมดากับเครื่องคั่วคุณภาพสูง การจะผลิตโปรไฟล์เดียวกันสามารถทำได้ครับ แต่ความแตกต่างของเครื่องคั่วคุณภาพสูงจะช่วยลดข้อจำกัดในการคั่ว ทำให้การคั่วง่ายขึ้น เหมือนกับให้เราลองทำไข่เจียวจากกระทะ 2 แบบ กระทะจีน กับกระทะเทฟล่อน สุดท้ายเราก็ได้ไข่เจียวเหมือนกัน แต่ถ้าใช้เครื่องมือไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการก็ต้องอาศัยฝีมือในการพลิกแพลงมากขึ้นครับ”



จากบทเรียนและประสบการณ์ตรงของบุคลากรในวงการกาแฟที่ถูกถ่ายทอดให้กับเกษตรกรชาวร่องเกล้า เราได้เห็นถึงความพยายามและมุ่งมั่นของชมรม Q Arabica Grader Thailand ที่จะพัฒนากาแฟไทยให้มีมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้น และทำให้กาแฟไทยได้เฉิดฉายไปสู่สายตาคนทั่วโลก



454 views0 comments
bottom of page