top of page

การเบลนด์กำลังถูกจับตามองในภาคกาแฟพิเศษ (Specialty Blends)

การเบลนด์กำลังถูกจับตามองในภาคกาแฟพิเศษ (Specialty Blends)

ในวงการกาแฟมีหลากหลายคำที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะของกาแฟตัวนั้น ๆ ซึ่งคำว่า Single Origin Coffee เป็นหนึ่งในคำที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูสำหรับคอกาแฟ โดยความหมายแฝงของคำ ๆ นี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงหยาดเหงื่อของผู้ผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำได้เป็นอย่างดี เพราะอย่างที่ทราบกันดีถึงคุณสมบัติในเรื่องของกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างโดดเด่น ซึ่งเกิดจากสายพันธุ์และแหล่งปลูกนั้น ๆ รวมถึงกรรมวิธีการผลิต จึงถือเป็นเสน่ห์ของกาแฟ Single Origin ไปโดยปริยาย และเป็นที่โปรดปรานของเหล่าคอกาแฟมาโดยตลอด


อีกหนึ่งคำตรงข้ามอย่าง Blend Coffee ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้ กาแฟจากสองแหล่งปลูกหรือต่างสายพันธุ์ และการคั่วที่ต่างระดับ ถูกดีไซน์ในเรื่องของรสชาติไว้เป็นอย่างดี เพื่อตอบสนองความต้องการการรับรสที่มากขึ้นให้กับผู้ดื่ม ซึ่งสัดส่วนการเบลนด์ก็ขึ้นอยู่กับความครีเอทเรื่องรสชาติที่ถือเป็นสูตรของโรงคั่วหรือของแต่ละร้านในการทำเบลนด์ของตนเองขึ้นมา เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะและจุดขายของตัวเอง ซึ่งในการเบลนด์ที่พบเห็นได้ส่วนมากมักเป็นการนำกาแฟสายพันธุ์โรบัสตาเบลนด์กับอาราบิกา หรือกาแฟจากแหล่งปลูกต่างกันนำมาเบลนด์เข้าด้วยกัน



โดยทั้งสองคำนี้เป็นคำที่คุ้นหูกันมาแต่ไหนแต่ไรในวงการกาแฟทั่วโลก แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีอีกหนึ่งคำที่เกิดขึ้นสะเทือนวงการและกำลังจะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมกาแฟเลยก็ว่าได้ “เบลนด์กาแฟพิเศษ (Specialty Blends)” ซึ่งตลาดในต่างประเทศเริ่มหันมาสนใจการเบลนด์นี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการเพิ่มขึ้นของศัตรูพืชซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของกาแฟโดยตรง ทำให้ผู้ผลิตได้รับความเสี่ยงในเรื่องของคุณภาพที่ไม่คงเส้นคงวามากขึ้น นอกจากนี้อีกปัจจัยที่สำคัญอย่าง ราคาต้นทุนในเรื่องของการขนส่งที่ทำให้อัตรากำไรของผู้ผลิตตึงตัวจึงทำให้ Specialty Blends เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเมื่อเร็ว ๆ นี้และกำลังเป็นที่จับตามองในตลาดกาแฟต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นสินค้ายอดฮิตติดตลาดใน้รานกาแฟแล้ว อีกหนึ่งกระแสที่ช่วยให้ Specialty Blends มีชื่อเสียงที่หนาหูมากขึ้นมาจากผู้เข้าแข่งขันในเวทีระดับโลกหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น World Brewers Cup 2021 โดย Matt Winton ผู้ชนะอันดับหนึ่ง โดยใช้การเบลนด์ระหว่างกาแฟสายพันธุ์คาทุย (Catucai) และ Eugenioides ที่เป็นกาแฟสายพันธุ์โบราณและเป็นกาแฟต้นกำเนิดของกาแฟอาราบิกา ซึ่งถือเป็นกาแฟสายพันธุ์หากยาก เนื่องจากให้ผลผลิตต่อปีค่อนข้างน้อย และเหลือไม่กี่แห่งที่สามารถปลูกสายพันธุ์นี้ให้เติบโตและได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็น Rare item เลยทีเดียว นอกจากนี้ในปีเดียวกันเวที World Barista Championships ผู้ชนะอันดับสอง Andrea Allen ก็ได้นำกาแฟพันธุ์หายากมาเบลนด์กับเกชาในการแข่งประเภทเอสเพรสโซด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเบลนด์กาแฟพิเศษไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่แหล่งปลูกที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสายพันธุ์ วิธีการแปรรูป หรือแม้แต่การนำ Micro lot ที่แตกต่างกันจากฟาร์มเดียวกันก็สามารถนำมาเบลนด์เป็น Specialty Blends ได้เช่นกัน โดยมีข้อแม้ว่าตัวอย่างในปริมาณกาแฟ 300 กรัม จำเป็นต้องไม่มีข้อบกพร่อง หรือ Defect ตามโปรโตคอลของสมาคมกาแฟพิเศษ (SCA) และกาแฟแต่ละตัวที่นำมาเบลนด์ต้องได้ 80 คะแนนขึ้นไป จึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็น Specialty Blends อย่างเต็มอก หนึ่งในเหตุผลหลักของการนำกาแฟคุณภาพมาเบลนด์เข้าด้วยกันคือการสร้างสมดุลในเรื่องของรสชาติที่ซับซ้อนและรังสรรค์กาแฟแต่ละตัวที่มีเอกลักษณ์ให้สามารถเข้ากันได้ดีอย่างกลมกลืน อีกทั้งยังช่วยให้มือคั่วกาแฟสามารถพัฒนารูปแบบรสชาติให้เป็นลักษณะเฉพาะตัวของโรงคั่ว โดยได้กาแฟที่มีคุณภาพเสิร์ฟให้ลูกค้าและสามารถปรับต้นทุนให้เหมาะสมกับตัวเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย การเบลนด์พิเศษสามารถใช้ได้ทั้งการชงแบบ Espresso และ Filter ทำให้ได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นค่อนข้างเร็วในไม่กี่ปีที่ผ่านมา




นอกจากนี้เสียงอีกมุมหนึ่งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ Philip von der Goltz กล่าวว่า “วิธีการนี้สามารถช่วยให้นักคั่วกาแฟสามารถรวบรวมกาแฟจากแหล่งเดียวแต่มีความแตกต่างกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านรสชาติให้กับลูกค้า ในขณะที่ยังคงรักษาคุณภาพของกาแฟเอาไว้ได้ รวมถึงยังสร้างความสม่ำเสมอได้ค่อนข้างดีอีกด้วย ถือเป็นการค้นหาวิธีใหม่ ๆ ในการพัฒนาและทำการตลาดไปพร้อมกัน” ซึ่งทำให้ชวนคิดตามได้ไม่น้อยถึงการพัฒนาของอุตสาหกรรมกาแฟและเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาแรงในขณะนี้ รวมถึงแนวโน้มที่จะนำเอา Premium micro lots หรือกาแฟรุ่น Exclusive/Limited edition มาเบลนด์กับกาแฟตัวอื่น ๆ ก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน



อย่างไรก็ตามถึงแม้การเบลนด์กาแฟพิเศษกำลังได้รับความนิยมและเติบโตมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ แต่สำหรับ Single Origin ก็นับว่ายังมีตัวตนที่โดดเด่นในวงการกาแฟพิเศษเช่นเดิม ซึ่งสำหรับอุตสาหกรรมกาแฟแล้วคงไม่อาจนำวิธีการหนึ่งมาเปรียบเทียบกับวิธีหนึ่งได้ เพราะไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ตลาดของวงการนี้เติบโตไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นสำหรับวงการกาแฟบ้านเรา Specialty Blends ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เข้ามาเสริมในเรื่องรสชาติที่แปลกใหม่และคุณภาพของกาแฟที่ไม่สูญหาย รวมถึงสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย


_________________________________________________


แหล่งที่มา



________________________________________________


Coffee Traveler


เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ


และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ


- - -


สมัครสมาชิกนิตยสารได้ที่ : IN BOX Facebook Coffee Traveler



Youtube : Coffee Traveler




72 views0 comments

Comments


bottom of page