top of page

ก้าวข้าม Roast Date Go Get Em Tiger แบรนด์กาแฟระดับไอคอนิกจากลอสแอนเจลิส ชู "Time after Harvest" ล็อกความสดใหม่จากต้นน้ำสู่คนดื่ม

Sep 29
1 min read

ในโลกของกาแฟสเปเชียลตี้ เราถูกสั่งสมความเชื่อกันมานานว่า “ความสดใหม่” ปักป้ายบอกเวลาอยู่ที่ “วันที่คั่ว” (Roast Date)


คอฟฟี่เลิฟเวอร์ทั่วโลกต่างเรียนรู้ที่จะพลิกดูหลังถุงกาแฟ ค้นหาตัวเลขวันที่คั่ว และตั้งการ์ดปฏิเสธถุงกาแฟที่คั่วมาเกินกว่า 1 เดือนโดยอัตโนมัติ แต่วันนี้ Go Get Em Tiger (GGET) แบรนด์กาแฟระดับไอคอนิกจากลอสแอนเจลิส กำลังเดินเข้ามาตั้งคำถามเสียงดังกับค่านิยมเดิม ด้วยการชี้ให้เห็นรอยรั่วขนาดใหญ่ใน Supply Chain ที่ถูกมองข้ามมาโดยตลอด นั่นคือ "ระยะเวลาหลังการเก็บเกี่ยว" (Time after Harvest)


Photo credit : Go Get Em Tiger
Photo credit : Go Get Em Tiger

มิติของเวลาตรงนี้นี่เอง ที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของโมเดล "Roasted at Origin" (RaO) และกำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนบทใหม่ของวงการกาแฟโลก


เพื่อจะเข้าใจว่าทำไม “Time after Harvest” ถึงเป็นประเด็นที่น่าเจาะลึก เราต้องกะเทาะเปลือกกระบวนการเดินทางของกาแฟแบบดั้งเดิมออกมาก่อน


ในระบบการค้ากาแฟยุคปรกติ เมล็ดกาแฟที่ถูกเก็บเกี่ยวและผ่านกรรมวิธีแปรรูปที่เกษตรกรต้นน้ำ จะต้องถูกตากแดดจนได้ความชื้นที่เหมาะสม กลายเป็นสารกาแฟ (Green Beans) จากนั้นสารกาแฟเหล่านี้ จะถูกบรรจุกระสอบ รอคิวการจัดส่ง ขึ้นเรือคอนเทนเนอร์ ผ่านพิธีการศุลกากร และเดินทางข้ามมหาสมุทรเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เมื่อถึงประเทศฝั่งผู้บริโภค มันจะถูกนำไปกองไว้ในคลังสินค้าเพื่อรอวันถูกนำไปคั่ว


ในทางชีวเคมี เมล็ดสารกาแฟคือสิ่งมีชีวิตที่ชะลอการเจริญเติบโต แม้ความชื้นจะถูกลดลงเหลือประมาณ 10 – 12% แต่ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) และการเสื่อมสภาพของเซลล์ยังคงเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ยิ่งสารกาแฟถูกเก็บไว้นานเท่าไร


สารประกอบที่ให้กลิ่นรสอันสลับซับซ้อน (Flavor Compounds) สารอินทรีย์ และความกรดอันมีเสน่ห์ (Acidity) จะค่อย ๆ ถดถอยลง กระทั่งเกิดกลิ่นที่คนในวงการเรียกว่า "Past Crop" หรือกลิ่นอับของไม้เก่า ป็อปคอร์นแห้ง และกลิ่นกระสอบ

การที่โรงคั่วปลายทาง นำสารกาแฟที่ถูกเก็บไว้แล้ว 8 – 12 เดือน มาคั่วและประทับตรา "Roast Date: Yesterday" จึงเป็นเพียงการสร้างความสดใหม่ลวงตา เพราะแม้เมล็ดจะเพิ่งผ่านความร้อนเมื่อวาน แต่โครงสร้างรสชาติภายในเมล็ดได้เสื่อมถอยไปล่วงหน้านานนับปีแล้ว


GGET จึงชวนให้เรามองกรอบเวลานี้ใหม่ทั้งหมดผ่านโมเดล Roasted at Origin


ลองจินตนาการถึงผลไม้สดที่ถูกเด็ดจากต้น กาแฟก็ไม่ต่างกัน คุณค่าทางรสชาติที่บริสุทธิ์ที่สุดของกาแฟเกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังกระบวนการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นลง


เมื่อ GGET ตัดสินใจถ่ายโอนเทคโนโลยีและโปรไฟล์การคั่วไปไว้ที่ประเทศต้นทาง เมล็ดสารกาแฟที่พึ่งแปรรูปเสร็จสด ๆ จะถูกนำเข้าสู่เครื่องคั่วทันที ในขณะที่เซลล์ของกาแฟยังมีพลังงานและความสมบูรณ์สูงสุด



ซึ่งโมเดลเดิมที่เราต่างก็คุ้นเคยกันดีคือ การเก็บเกี่ยวไปสู่แปรรูปและเป็นสารกาแฟ (3 - 12 เดือน) ขนส่งทางเรือ คั่วปลายทางและไปสู่การบริโภค แต่โมเดลของ GGET คือ เก็บเกี่ยว แปรรูป และคั่วทันทีที่ต้นทาง (Fresh from Harvest) แพ็กเกจจิ้งล็อกแก๊ส ขนส่งด่วน และไปสู่ผู้บริโภค


ปฏิกิริยา Maillard Reaction และการเกิดคาราเมลไลเซชันในระหว่างการคั่ว ณ ประเทศต้นทาง ไม่เพียงแต่สร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัวของกาแฟเท่านั้น แต่ยังสร้างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ () และโครงสร้างเคมีใหม่ที่ช่วยล็อกความอุดมสมบูรณ์ของรสชาตินั้นไว้


ประกอบกับเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ (One-way Valve + Nitrogen Flushing) ถุงกาแฟคั่ว จะกลายเป็นแคปซูลกาลเวลา ป้องกันออกซิเจนไม่ให้เข้าไปทำลายรสชาติ ในขณะที่ระยะเวลาการขนส่งทางอากาศหรือระบบโลจิสติกส์ด่วน 10–30 วัน เดินทางไปถึงมือผู้บริโภค จะกลายเป็นช่วงเวลา "Degassing" หรือการพักกาแฟให้คลายแก๊สอย่างพอเหมาะพอดี พร้อมชงเสิร์ฟทันทีที่ถึงปลายทาง


ความลึกซึ้งของแนวคิด "Time after Harvest" ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของเคมีอาหารหรือรสชาติในน้ำกาแฟ แต่มันคือการทลายกำแพงการค้าแบบล่าอาณานิคม ที่ครอบวงการกาแฟมานับร้อยปี


เพราะเดิมที ความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของสารกาแฟที่ค้างคลังเป็นของเกษตรกรและผู้ส่งออกต้นน้ำ แต่การคั่วทันทีช่วยเปลี่ยนวัตถุดิบเสื่อมสภาพง่าย ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมสำเร็จรูป ที่มีมูลค่าสูงและมีอายุการเก็บรักษาที่มั่นคงขึ้น สามารถสร้าง Value - Added ให้อยู่กับเกษตรกร เพราะการย้ายกระบวนการคั่วและบรรจุภัณฑ์กลับไปที่ต้นทาง ทำให้มูลค่าส่วนเกิน จากค่าแรงคั่ว ค่าออกแบบ และส่วนต่างราคาของกาแฟคั่ว ตกไปอยู่กับแรงงานและเศรษฐกิจในประเทศผู้ผลิตโดยตรง ไม่ใช่ถูกสูบไปอยู่ที่โรงคั่วในลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก หรือลอนดอนเพียงฝ่ายเดียว


การที่แบรนด์ระดับโลกอย่าง GGET ออกมารับรองว่า กาแฟที่คั่วจากต้นทางและเดินทางมา 3 Weeks หลังคั่ว มีรสชาติสมบูรณ์แบบและเหนือกว่ากาแฟที่คั่วเมื่อ 3 Days ก่อน แต่ใช้สารกาแฟอายุนาน 1 ปี คือการท้าทายสติปัญญาของคนดื่มกาแฟยุคใหม่ ให้เลิกยึดติดกับตัวเลขบนถุง แล้วหันมาเข้าใจชีววิทยาของกาแฟอย่างแท้จริง ทำให้การขยับตัวของ Go Get Em Tiger ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำการตลาดเพื่อสร้างจุดขายใหม่ แต่เป็นการ Reset ความเข้าใจเรื่องเวลาของอุตสาหกรรมกาแฟสเปเชียลตี้ทั้งระบบไปโดยปริยาย



นิตยสารที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

 
 
 

Comments


ผู้สนับสนุนกาแฟโครงการ Sustainable Sips

Supporting Coffee Partners of the Sustainable Sips Project

นฤนันท์ร้าน-Lama-Roaster.jpg
คุณทัศนีย์-ร้าน-Sway-Gray-Coffee.jpg
ร้าน-MIDLAND.jpg
ชวนชัย--คุณปอง.png
Untitled-1.jpg
images.png
bottom of page