top of page

Nespresso New York Flagship กับแนวคิด Physical Experience

Photo Credit : insideretail.us, Yvonne Brinkman, costar.com, Nespresso USA
Photo Credit : insideretail.us, Yvonne Brinkman, costar.com, Nespresso USA

ในวันที่กาแฟสามารถส่งถึงบ้านได้เพียงไม่กี่คลิก แต่มีคำถามสำคัญของแบรนด์กาแฟที่ไม่ใช่เรื่องการจะขายออนไลน์อย่างไร แต่กลับคือ การจะสร้างความหมายให้กับแบรนด์อย่างไร ในโลกที่ทุกอย่างสะดวกเพียงปลายนิ้ว การเปิด Nespresso Flagship Store แห่งใหม่ในนิวยอร์ก ของ Nespresso จึงไม่ใช่แค่การเปิดร้าน แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์ว่า“Physical Experience” ยังคงเป็นหัวใจของกาแฟพรีเมียม


Nespresso เติบโตอย่างแข็งแรงในฐานะแบรนด์กาแฟพรีเมียมที่ง่าย สม่ำเสมอ และเชื่อถือได้ เน้นผ่านแคปซูล เครื่องชง และระบบสมาชิกแบบ Direct-to-Consumer แต่โลกกาแฟในวันนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้บริโภคเข้าถึงกาแฟคุณภาพได้ง่ายขึ้นSpecialty Coffee สร้างความผูกพันผ่านเรื่องราวและคนชง ในขณะที่คนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับประสบการณ์จริงมากกว่าภาพลักษณ์ Nespresso จึงขยับบทบาท จากแบรนด์ที่ขายความสะดวก ไปสู่แบรนด์ที่สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง

Nespresso New York Flagship ร้านใหม่นี้ ตั้งอยู่ที่ 85 Fifth Avenue, Flatiron District มีพื้นที่กว่า 13,900 ตารางฟุต ใหญ่ที่สุดในโลกของ Nespresso ซึ่งหัวใจหลักของร้านไม่ได้อยู่แค่ที่ขนาด แต่อยู่ที่การออกแบบประสบการณ์ต่อลูกค้า โดยมี Taste & Discover Zone เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าได้ทดลองชิมกาแฟหลากหลายโปรไฟล์ โดยไม่ต้องรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองชอบอะไร ร้านจึงกลายเป็นพื้นที่ค้นหารสนิยมมากกว่าจุดขายสินค้า



Photo Credit : insideretail.us, Yvonne Brinkman, costar.com, Nespresso USA


Coffee Theatre & Masterclass หรือพื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมสาธิต ที่บาริสตาจะคอยเล่าเรื่องของกาแฟตั้งแต่แหล่งปลูก วิธีการคั่ว ไปจนถึงการชง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพจำของกาแฟแคปซูลจากที่ดูง่ายไปสู่ความเข้าใจได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น มีโซน Hidden Cup Coffee Bar หรือบาร์กาแฟแบบ intimate ที่เสิร์ฟเมนูพิเศษและ experimental ที่เชื่อม Nespresso เข้ากับโลกของ café culture และ wellness ทำให้แบรนด์มีบทบาทในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟนอกบ้านมากยิ่งขึ้น โซน Lounge & Community Space โซนพื้นที่นั่ง และทดลองเครื่องของแบรนด์ ทำหน้าที่เป็น third place หรือพื้นที่สาธารณะ ที่ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมผ่อนคลาย หรือสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมร่วมกัน ไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อสินค้าเท่านั้น


ร้านแบบใหม่ของ Nespresso นี้ ไม่ได้เน้นยอดขายในทันที แต่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลสมาชิกของ Nespresso ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากเราเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น อย่างเช่น Starbucks Reserve ที่ใช้โรงคั่วเป็นเวทีเล่าเรื่อง scale และความยิ่งใหญ่ หรือ Blue Bottle ที่เน้นโฟกัส craft ความเรียบง่าย และ human touch ส่วน % Arabica ที่สร้างประสบการณ์ผ่านสถาปัตยกรรมและโลเคชัน ในขณะที่ Nespresso เลือกที่จะสร้างโมเดลแบบ Hybrid ระหว่าง Brand showroom, Coffee bar และ Community space ที่ไม่แข่งเรื่องบาริสตาหน้าบาร์ แต่สร้างพื้นที่ที่ทำให้กาแฟแคปซูลกลับมามีตัวตน


การเปิด Flagship ของ Nespresso ในนิวยอร์ก ไม่ใช่แค่การลงทุนด้านรีเทล แต่คือการยืนยันว่า กาแฟพรีเมียมยังต้องการพื้นที่จริงเพื่อเล่าเรื่อง สร้างความสัมพันธ์ และจุดประกายแรงบันดาลใจ และในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้น Nespresso กลับเลือกช้าลง เพื่อให้ผู้คนได้อยู่กับกาแฟจริง ๆ และนั่นอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็ได้



เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

Comments


bottom of page