top of page

Scandinavian egg coffee 🥚☕ กาแฟกับไข่ดิบของชาวสแกนดิเนเวีย

กาแฟเป็นเหมือนเครื่องดื่มที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตในแต่ละวันเลยก็ว่าได้ บางคนเริ่มวันใหม่ด้วยกาแฟกับขนมปังสักแผ่นก็ถือว่าเป็นวันที่พร้อมจะออกไปเผชิญแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากาแฟกับขนมปังเป็นของคู่ใจกันมาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งการดื่มกาแฟคู่กับอะไรนั้นก็ล้วนแต่เป็นความชอบของแต่ละบุคคล ซึ่งเกิดได้จากวัฒนธรรมในแถวนั้นเช่นกัน ดังนั้นวัฒนธรรมการดื่มกาแฟก็แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคหรือภูมิประเทศ ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงวิถีชีวิตหรือความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่นั้น ตัวอย่างที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีอย่างการดื่มกาแฟดำกับไข่ลวก ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย รวดเร็ว พร้อมจะออกไปทำงานได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะทางภาคใต้ เนื่องจากทางใต้ส่วนมากประกอบอาชีพกรีดยางและต้องออกไปตอนเช้ามืด หากได้ดื่มกาแฟกับไข่ลวก 1 – 2 ใบ ก็จะช่วยให้มีกำลังในการทำงานและอยู่ท้องอีกด้วย ดังนั้นกาแฟกับไข่ลวกจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพียงแต่เป็นการดำเนินชีวิตในฉบับของคนในพื้นที่นั้นๆ เช่นเดียวกับกาแฟไข่สวีเดน/นอร์เวย์ หรือกาแฟไข่สแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นการนำไข่ดิบมาต้มพร้อมกับกาแฟที่บดใหม่ๆ หรือกากกาแฟ เราอาจจะมองว่าแปลก แต่หากรู้ที่มาที่ไปจะพบว่ามันไม่ได้แปลกอะไรเลย เพราะวิถีชีวิตของพวกเขาในสมัยนั้นมันจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนี้



ระหว่างศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 การเติมไข่ดิบลงไปต้มพร้อมกาแฟนั้นมีเหตุผลคือ เพื่อปรับปรุงรสชาติของกาแฟที่มีคุณภาพต่ำ

ในช่วงศตวรรษที่ 18 - 20 กาแฟมีราคาแพง ผู้คนจึงมักนำกากเดิมกลับมาใช้ใหม่ ทำให้กาแฟสกปรกและมีสีขุ่น ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีวิธีการกรองหรือกระดาษกรอง (coffee filter) เหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นจึงเติมสารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น ไข่ไก่ และหนังปลา ลงไปในกาแฟเพื่อช่วยกรองสิ่งสกปรกออกไป กาแฟไข่ของชาวสแกนดิเนเวียถูกนำไปยังมิดเวสต์ (Midwest) ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศ โดยผู้อพยพชาวสแกนดิเนเวียที่เข้ามาในสหรัฐอเมริการะหว่างศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 การเติมไข่ดิบลงไปต้มพร้อมกาแฟนั้นมีเหตุผลคือ เพื่อปรับปรุงรสชาติของกาแฟที่มีคุณภาพต่ำ อย่างที่รู้กันดีว่ากาแฟคุณภาพต่ำมักมีรสขม และไม่สามารถให้อารมณ์สุนทรีย์ในการดื่มได้ ชาวสแกนดิเนเวียจึงนำไข่ทั้งฟองพร้อมเปลือกลงในกาแฟบด Parker Russell ซีอีโอของบริษัท Black Ink Coffee ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการกาแฟแบบสมัครสมาชิก พูดถึงจุดประสงค์ของการใส่ไข่ว่า เป็นการเปลี่ยนรสชาติของเครื่องดื่ม เพราะไข่มีส่วนช่วยขจัดความขมและความเป็นกรดที่มาพร้อมกับกาแฟที่คั่วไม่ดีหรือกาแฟคุณภาพต่ำ ไข่ขาวทำหน้าที่ในการขจัดสิ่งสกปรกออกจากกาแฟทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติดีขึ้นและสะอาดขึ้น (หลักการเดียวกับการใส่ไข่ขาวลงในซุป เพื่อให้ได้น้ำซุปที่ใสขึ้น) ซึ่งไข่ขาวจะช่วยดูดซับแทนนินที่เป็นสารให้ความฝาดในพืชและดูดซับความขมของกาแฟ ทำให้กาแฟคุณภาพต่ำมีรสขมน้อยลงมาก นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของ Coffee In My Veins กล่าวว่า “เปลือกไข่ทำให้กรดในกาแฟเป็นกลาง เนื่องจากเปลือกไข่มีแคลเซียมคาร์บอเนตที่ช่วยลดความเป็นกรดของกาแฟ” อย่างไรก็ตามผู้คนในสมัยนั้นอาจจะลองในหลากหลายวิธีเพื่อจะทำให้กาแฟที่มีคุณภาพต่ำมีรสชาติดีขึ้น และมาจบลงที่การใส่ไข่ที่ช่วยให้กาแฟใส ทำให้กากกาแฟแยกออกจากน้ำได้ง่าย นอกจากนี้ยังลดความขมและกรดของกาแฟลงได้ ซึ่งมีการพูดถึงผลลัพธ์ไว้ว่า “จะได้รสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม และน้ำกาแฟที่เนียนใส ถือว่าเป็นกาแฟคุณภาพต่ำที่มีรสชาติบริสุทธิ์เลยทีเดียว”


การชงวิธีนี้ให้ความสะดวกและเหมาะสำหรับการต้มในปริมาณมาก

จึงได้รับฉายาว่า “กาแฟชั้นใต้ดินของโบสถ์”

 

How to make Scandinavian egg coffee 🥚☕

1. ต้มน้ำ 3 ถ้วยในหม้อ

2. ผสมไข่ 1 ฟอง กากกาแฟและน้ำเย็น 3 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน ในระหว่างที่รอน้ำเดือด

3. เมื่อน้ำเดือดแล้ว ค่อยๆ เทส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไป หลังจากนั้นลดความร้อนและต้มประมาณ 3 นาที โดยระวังอย่าให้เดือดจนเกินไป

4. เมื่อกากกาแฟจับตัวกันเป็นก้อนแล้วลอยขึ้นไปด้านบนของหม้อ ให้ยกหม้อออกจากเตาทันที

5. เทน้ำเย็น 1 แก้วแล้วพักไว้ 10 นาที วิธีนี้จะช่วยให้กากกาแฟตกตะกอนลงไปที่ก้นหม้อ ซึ่งการเติมน้ำเย็น หรือที่เรียกกันว่า “การพักแบบเย็น” เป็นหลักการเดียวกันกับการทำสาโท ซึ่งจะเติมน้ำเย็นทำให้สาโทเย็นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อตกตะกอนโปรตีนที่สกัดจากมอลต์

6. เมื่อกากกาแฟจมลงไปที่ก้นหม้อแล้ว กรองลงในเหยือกหรือแก้ว และ enjoy ได้เลย


การชงวิธีนี้ให้ความสะดวกและเหมาะสำหรับการต้มในปริมาณมาก จึงได้รับฉายาว่า “กาแฟชั้นใต้ดินของโบสถ์” เนื่องจากการชุมนุมในคริสตจักรนิกายลูเธอรันของชาวสแกนดิเนเวียจำนวนมากที่อพยพไปยังมิดเวสต์ และได้ใช้วิธีชงแบบนี้ในระหว่างการประชุมของผู้ที่อพยพไป นอกจากนี้ยังกลายเป็นกิจกรรมหลักของการพบปะสังสรรค์อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตามการชงกาแฟกับไข่ดิบอาจเกิดอันตรายได้ เนื่องจากไข่ที่นำไปต้มพร้อมกากกาแฟนั้นยังไม่ถึงจุดเดือดที่จะสามารถฆ่าเชื้อโรคหรือแบคทีเรียได้อย่างเต็มที่ Janilyn Hutchings ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยด้านอาหารที่ได้รับการรับรองจาก StateFoodSafety เตือนว่า “เนื่องจากน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟมักจะไม่ถึงจุดเดือด ทำให้ไข่อาจยังไม่สุกเต็มที่ในระหว่างกระบวนการชง การรับประทานไข่ที่สุกเพียงเล็กน้อยจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อซัลโมเนลลา (แบคทีเรียที่พบได้ในไข่ดิบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ไข่ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ดังนั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของกาแฟไข่ ควรใช้ไข่พาสเจอร์ไรส์ที่สดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแบคทีเรียซัลโมเนลลาให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อลงได้”

1,098 views0 comments

Comments


bottom of page