top of page

บราซิลขยายการปลูกกาแฟ Canephora ในพื้นที่ใหม่เมื่อการผลิตกาแฟโลกกำลังขยับจากอาราบิกาไปสู่ตลาด Canephora

ในแผนที่กาแฟโลก ประเทศบราซิลถูกจดจำมาอย่างยาวนานในฐานะที่เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟอาราบิกาของโลก เป็นประเทศที่มีผลผลิตกาแฟมากที่สุดในโลก และเป็นตัวแปรหลักของราคากาแฟในตลาดล่วงหน้า แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา โครงสร้างนี้กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ แต่มีนัยสำคัญ


การขยายตัวของกาแฟ Canephora หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ Robusta และ Conilon จากพื้นที่ดั้งเดิมไปสู่รัฐใหม่ในบราซิล สิ่งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การปรับเปลี่ยนพืชเศรษฐกิจของเกษตรกรบางกลุ่มเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณของการปรับสมดุลในตลาดกาแฟโลก


ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมกาแฟ Canephora มักถูกจัดวางอยู่ในบทบาทของกาแฟสำหรับตลาด mass ใช้เป็นวัตถุดิบหลักของกาแฟสำเร็จรูป หรือเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่ม body และความเข้มใน espresso blends ในขณะที่อาราบิกา ถูกยกให้เป็นกาแฟคุณภาพ และ Canephora กลับถูกมองว่าเป็นทางเลือกด้านต้นทุน แต่อย่างไรก็ตาม ภาพนี้เริ่มเปลี่ยนอย่างชัดเจนในทศวรรษหลัง ทั้งจากแรงกดดันด้านสภาพอากาศ ความต้องการกาแฟในราคาที่จับต้องได้ และการพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกและแปรรูปที่ยกระดับคุณภาพ Robusta อย่างเป็นรูปธรรม



เดิมทีการปลูกกาแฟ Canephora ในบราซิล กระจุกตัวอยู่ในรัฐ Espírito Santo ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิต Conilon ของประเทศมาอย่างยาวนาน แต่รายงานล่าสุดจาก Reuters ชี้ว่า การปลูก Canephora กำลังขยายเข้าสู่รัฐที่ไม่เคยเป็นพื้นที่ปลูก Robusta มาก่อน เช่น Minas Gerais, Mato Grosso และ Ceará


สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมือง Minas Gerais คือเมืองหัวใจหลักของการผลิตอาราบิกา และการที่เกษตรกรในพื้นที่นี้ เริ่มหันมาปลูก Canephora ย่อมสะท้อนได้ว่าพวกเขากำลังประเมินความเสี่ยงและผลตอบแทนใหม่ทั้งระบบ ซึ่งข้อมูลจากหน่วยงานด้านการเกษตรของบราซิลระบุว่า ผลผลิต Canephora ใน Minas Gerais เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในไม่กี่ปี ในขณะที่ Mato Grosso ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่เกษตรพืชไร่ ก็กำลังกลายเป็นพื้นที่ใหม่ของกาแฟอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน


เหตุผลเบื้องหลังการขยายตัวอาจจะไม่ใช่เพราะราคาที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะแน่นอนว่า ราคากาแฟ Robustaซึ่งเคยพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ แต่หากเรามองลึกลงไป เกษตรกรอาจไม่ได้ขยายการปลูกเพียงเพราะราคาดีในระยะสั้น แต่พวกเขากำลังมองความเสี่ยงระยะยาวของอาราบิกา เพราะ Canephora มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูง และสู้กับโรคพืชบางชนิดได้มากกว่าอาราบิกา เพราะในยุคที่ climaTte change ทำให้ฤดูกาลเพาะปลูกไม่แน่นอน กาแฟที่เสถียรกว่า อาจกลายเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ได้มากกว่านั่นเอง


และสิ่งที่ทำให้ Canephora ในบราซิลแตกต่างจากในอดีต ก็คือการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสายพันธุ์ การจัดการสวน การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปที่ละเอียดและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งให้ผลลัพธ์ก็คือ Robusta ที่ให้โปรไฟล์รสชาติสะอาดขึ้นหวานขึ้น และมีศักยภาพในการใช้งานมากกว่าเดิม



ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ตลาดทั่วไป แต่คือ Canephora จะก้าวเข้าสู่โลก specialty ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเริ่มเห็น Robusta คุณภาพสูง รวมถึงของไทยเอง ที่ถูกนำเสนอในบริบทใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตัวผสม แต่เป็นกาแฟจากแหล่งปลูกเดียว ที่มีเรื่องราวด้าน terroir


ประเทศบราซิลในฐานะประเทศที่มีระบบการตลาดกาแฟที่แข็งแรง อาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ผลักดันภาพลักษณ์นี้ได้จริงโดยเฉพาะในตลาดเอเชีย ที่ espresso blends และ ready-to-drink beverages ยังคงต้องการ body และ crema ที่ Canephora ให้ได้ดี ซึ่งการขยาย Canephora ไม่ได้หมายความว่าบราซิลกำลังทิ้งอาราบิกา แต่กำลังกระจายความเสี่ยงและเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก จากประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นตัวกำหนดราคาอาราบิกา แต่วันนี้บราซิลอาจกำลังขยับไปสู่บทบาทของผู้เล่นที่มีอิทธิพลต่อกาแฟทุก segment ก็เป็นได้


การเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งในไร่กาแฟ มักเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ดื่มจะรับรู้หลายปี วันนี้การขยาย Canephora ในบราซิล อาจดูเป็นเพียงข่าวเกษตร แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มันอาจสะท้อนอยู่ในรสชาติของกาแฟในแก้วของเรา โดยที่เราไม่ทันสังเกต สถานการณ์กาแฟโลกอาจกำลังเปลี่ยน และอาจไม่ได้เปลี่ยนด้วยความรวดเร็วแบบเห็นได้ทันที แต่มันค่อย ๆ เดินไปด้วยการขยับเชิงโครงสร้างไปทีละก้าว และกาแฟ Canephora อาจกำลังจะกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของสมการนี้ก็เป็นไปได้


---


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Reuters, IndexBox Market Intelligence



เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

Comments


bottom of page