top of page

Tastepoint by IFF กับ 10 Flavor Trends ที่จะขับเคลื่อนกาแฟ ชา และเครื่องดื่มโลกในปี 2026 

รายงาน Ten Flavor Trends for 2026 โดย Tastepoint by IFF  ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการสร้างรสชาติและข้อมูลเชิงเทรนด์ของบริษัท International Flavors & Fragrances (IFF) เป็นเอกสารคาดการณ์แนวโน้มรสชาติที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดอาหารและเครื่องดื่มในปี 2026 โดยการอาศัยข้อมูลจากการวิเคราะห์เชิงข้อมูลตลาด (data-driven market analysis), การติดตามเมนูอาหารและเครื่องดื่ม, social listening และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป


รายงานนี้มองแนวโน้มรสชาติระดับโลก ไม่จำกัดเฉพาะในอุตสาหกรรมกาแฟเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงขนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม ขนมอบ และอาหารคาวด้วย ซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวของรสชาติที่แข็งแรงทั้งใน เชิง Nostalgia (รสชาติเก่า ๆ ที่คุ้นเคย) และ Better-for-you (รสชาติที่ตอบโจทย์สุขภาพ)



จากรายงานของ Tastepoint by IFF พบว่า รสชาติเด่น 10 อันดับ ที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในตลาดปี 2026 ได้แก่


  1. Mandarin (ส้มแมนดาริน) รสส้มที่สดใส เคยดังในน้ำผลไม้และเครื่องดื่ม Sparkling เตรียมขยายสู่ ค็อกเทล กาแฟ เครื่องดื่มเย็นและอื่น ๆ 

  2. Cherry (เชอร์รี) ด้วยความหวานและเปรี้ยวแบบ Nostalgia จะปรากฏใน เครื่องดื่มใหม่ เมนูขนม และผลิตภัณฑ์นม 

  3. Sweet Corn (ข้าวโพดหวาน) จากอาหารพื้นเมือง สู่รสชาติที่คาดว่าจะมีบทบาทในทุกประเภทอาหารและเครื่องดื่ม

  4. French Onion Soup (ซุปหัวหอมฝรั่งเศส) รสซาวารี่ลุ่มลึกที่จะปรากฏในเมนูใหม่ทั่วทุกหมวดอาหาร

  5. Cola (โคล่า) กลุ่มรสชาติคลาสสิกที่อาจขยายออกนอกเครื่องดื่มเป็นไอศกรีมและขนมอบ

  6. Limoncello (เหล้ารสเลมอนแบบอิตาเลียน) กลิ่นและรสระดับพรีเมียม ที่คาดว่าจะปรากฏในชา กาแฟพร้อมดื่ม และขนมอบ

  7. Sweet Heat (หวานเผ็ด) การผสมผสานรสหวานและเผ็ดที่เรียกว่า swicy หรือ sweet heat จะมาแรงในเครื่องดื่มขนม และค็อกเทล

  8. Pancake (รสแพนเค้ก) ความคุ้นเคยแบบ comfort food ที่จะขยายไปสู่ขนมและเครื่องดื่มอื่น ๆ

  9. Tiramisu (ทีรามิสุ) รสชาติหวานหอมที่หลากหลาย สามารถขยายจากเบเกอรีไปสู่เครื่องดื่มหวานและกาแฟ

  10. Chai Spice (เครื่องเทศชาที่เข้มข้น) จากชามาแรง สู่รสชาติที่เติมความอบอุ่นทั้งในชา กาแฟ ค็อกเทล และขนมหวาน


รสชาติยอดฮิตสำหรับเมนูกาแฟที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในปี 2026 นี้ หลายรสชาติก็เป็นตัวที่คนในวงการกาแฟคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่น Mandarin / Limoncello รสส้มแมนดารินและเลมอนเชลโล่ ก็ถูกคาดการณ์ว่าจะแพร่หลายออกจากน้ำผลไม้และเครื่องดื่มค็อกเทลสู่เมนูกาแฟเย็นและชาเย็นแบบ ready-to-drink (RTD) โดยให้ความสดชื่นและกลิ่นหอมระดับพรีเมียม ซึ่งอาจเกิดเป็น mandarin latte หรือ limoncello-inspired tea blends ในปีนี้


กลุ่มเชอร์รีที่ให้ทั้งความหวานและเปรี้ยวเข้าชัด จะค่อย ๆ ขยายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำผลไม้สู่ กาแฟรส cherry-fruit forward, cherry tonic spritz, และ cherry tea blends ซึ่งตอบโจทย์สินค้าที่เน้นรสฉ่ำและสดชื่น กลุ่ม Chai spice เป็นกลุ่มรสชาติที่ได้รับอิทธิพลจากโปรไฟล์เครื่องเทศแบบอินเดียและเอเชียใต้ ด้วยความอบอุ่นจาก cinnamon, cardamom, clove และ ginger ทำให้รสนี้สามารถผสานกับชาและกาแฟได้อย่างลึกซึ้ง เช่น chai latte, chai-spiced cold brew, หรือ chai infused ready-to-drink beverages  และสุดท้ายน Tiramisu ที่ให้กลิ่นและรสแบบทีรามิสุที่ประกอบด้วยกาแฟ ครีม และโกโก้ อาจส่งแรงบันดาลใจให้เกิดรูปแบบ tiramisu-inspired cold brew espresso desserts หรือเมนูชา-กาแฟแบบ dessert mashups ที่เข้ากันได้ดี

 

แนวโน้มรสชาติทั้ง 10 จาก Tastepoint by IFF สำหรับปี 2026 นี้ คือแผนที่รสชาติใหม่สำหรับนักพัฒนาเมนูและแบรนด์เครื่องดื่ม โดยเฉพาะในกาแฟ ชา และเมนูเครื่องดื่ม ready-to-drink ซึ่งรสอย่าง mandarin, cherry, chai spice, และ tiramisu ไม่เพียงสร้างความแตกต่างเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความสดชื่น เรื่องเล่า และความอบอุ่นทางอารมณ์ ซึ่งนั่นหมายความว่าแบรนด์ที่สามารถเข้าใจและนำรสเหล่านี้มาผสานในผลิตภัณฑ์ได้ ก็จะมีโอกาสเติบโตในตลาดปี 2026 มากกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ

----


แหล่งข้อมูล

Tastepoint by IFF: Tastepoint by IFF predicts ten flavor trends for 2026, IFF press release (2026).

Comunicaffe: Mandarin and Limoncello to expand into coffee, Tastepoint forecast summary.



เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

Comments


bottom of page