top of page

กาแฟข้าวบาร์เลย์เครื่องดื่มทดแทนกาแฟ สู่ทางเลือกใหม่ของวัฒนธรรมการดื่มที่ไร้คาเฟอีน


ในวันที่โลกกาแฟกำลังขยายออกไปไกลกว่าความเป็นเมล็ดกาแฟธรรมดา เครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ แต่กลับมีบทบาทในวัฒนธรรมการดื่ม ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นก็คือกาแฟข้าวบาร์เลย์ (Barley Coffee / Caffè d’Orzo) เครื่องดื่มสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นคั่ว หอม และปราศจากคาเฟอีน ที่มีประวัติยาวมานานไม่แพ้กาแฟตัวจริง


แม้จะไม่ใช่กาแฟในเชิงพฤกษศาสตร์ แต่กาแฟข้าวบาร์เลย์ กลับสะท้อนเรื่องของเศรษฐกิจ สงคราม สุขภาพ และการปรับตัวของวัฒนธรรมการดื่มในแต่ละยุคสมัยได้อย่างชัดเจน


ในยุโรปช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเมล็ดกาแฟเป็นสินค้าขาดแคลน ชาวบ้านจึงหันมาคั่วธัญพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างข้าวบาร์เลย์ เพื่อบดชงเป็นเครื่องดื่มทดแทน ที่ให้ความอบอุ่นและรวมถึงเรื่องของพิธีกรรมที่ให้ความใกล้เคียงกับกาแฟ การปั้นรสชาติจากธัญพืชผ่านการคั่ว จึงกลายเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่สืบทอดต่อมาในครอบครัวอิตาเลียนและแถบเมดิเตอร์เรเนียนจนกลายเป็นเครื่องดื่มของครอบครัวมากกว่าจะเป็นแค่ตัวเลือกทดแทนในปัจจุบัน


ในอิตาลี ประเทศที่ดื่มกาแฟเป็นวัฒนธรรม เครื่องดื่มนี้เรียกว่า Caffè d’Orzo (กาแฟจากข้าวบาร์เลย์) และค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่หลีกเลี่ยงคาเฟอีน แม้สงครามจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่กาแฟข้าวบาร์เลย์ก็ยังคงอยู่ในฐานะเป็นกาแฟอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับกาแฟแท้ หากแต่อยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด



ข้าวบาร์เลย์ที่เหมาะสำหรับการทำ Caffè d’Orzo คือเมล็ดที่แห้ง สะอาด และมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนแต่ละเอียด ตั้งแต่การทำความสะอาด การลดความชื้น ไปจนถึงการคั่วแบบควบคุม เพื่อให้เกิดกลิ่นคาราเมล และบดตามวิธีของการชง เป้าหมายเหล่านี้ คือการดึงน้ำตาลและกลิ่นธัญพืชออกมาโดยไม่ให้เกิดกลิ่นไหม้ ซึ่งต่างจากการคั่วกาแฟตรงที่เราเล่นกับโครงสร้างแป้งแทนกรดและน้ำมันของเมล็ดกาแฟ


การคั่ว Caffè d’Orzo คือหัวใจหลักเท่ากับการคั่วกาแฟ การคั่วในระดับคั่วกลางถึงเข้ม มักให้ตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ ให้กลิ่นของขนมปังปิ้ง คาราเมล และถั่ว แต่ต้องระวังไม่ให้คั่วไหม้จนสูญเสียความละมุนของเมล็ด


เสน่ห์ของ Caffè d’Orzo คือความยืดหยุ่น ที่สามารถชงได้ทั้งแบบเอสเพรสโซ ที่จะให้ครีมบาง ๆ เหมือนเอสเพรสโซ, มอคค่าพอท, พัวร์โอเวอร์, French press หรือแม้แต่ Cold Brew ด้วยวิธีชงในแต่ละแบบ จะเผยโทนรสของเมล็ดจากธัญพืชชัดเจนเหมือนกาแฟ แต่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป


วันนี้ Caffè d’Orzo ไม่ได้เป็นแค่สินค้าท้องถิ่นต่อไปอีกแล้ว มีหลายแบรนด์และผู้ผลิตหลายรายในอิตาลีและยุโรป ที่ผลิตทั้งแบบผงสำเร็จ เมล็ดคั่วบด และแคปซูล ที่รองรับเครื่องชงเอสเปรสโซสมัยใหม่ ซึ่งแนวโน้มที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การยกระดับจากเครื่องดื่มทดแทนเป็น Alternative Coffee ในเมนูคาเฟ่ เพื่อดึงลูกค้าที่หลีกเลี่ยงคาเฟอีน หรือมองหาทางเลือกสุขภาพ ในบางตลาดผู้ผลิตรายใหญ่ยังปล่อยผลิตภัณฑ์เข้ากับระบบแคปซูล ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย มีตัวอย่างบริษัทและแบรนด์ที่น่าสนใจอย่าง Orzocoffee / Orzoro ที่เป็นแบรนด์อิตาเลียนที่ผลิต orzo รสชาติแบบดั้งเดิม และมีผลิตภัณฑ์แบบอินสแตนท์ Crastan แบรนด์อิตาลีอีกแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ Orzo Pupo (ผงอินสแตนท์) วางขายในร้านอาหารและออนไลน์ และแบรนด์ใหญ่อย่างเนสท์เล่ ก็เริ่มจำหน่าย Caffè d’Orzo ในประเทศอิตาลีแล้ว รวมถึง Lavazza ก็ได้วางจำหน่ายแคปซูลเอสเปรสโซ่จากข้าวบาร์เลย์สำหรับใช้กับเครื่องชงกาแฟระดับโลกของพวกเขา เป็นต้น


แล้วคาเฟ่ควรใส่ Caffè d’Orzo ไปอยู่ในเมนูของร้านหรือไม่ คำตอบอาจแตกต่างกัน แต่ถ้ามองในมุมของการขยายฐานลูกค้าเพื่อดึงกลุ่มที่ไม่ดื่มคาเฟอีน เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และคนรักสุขภาพ ข้อนี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดี รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่มีเสถียรภาพกว่าเมล็ดกาแฟพิเศษบางประเภท เราสามารถเปิดช่องให้ทดลองเมนูใหม่ ๆ ต่อลูกค้าได้ เช่น Orzo Latte หรือ Iced Orzo with Citrus เป็นต้น เพื่อเพิ่มเรื่องราวในเมนู และเพิ่มการเล่าเรื่องเบื้องหลังของสงคราม, ครอบครัว, การคั่วธัญพืช เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาด และสร้างประสบการณ์สำหรับลูกค้า


กาแฟข้าวบาร์เลย์ไม่ใช่เป็นเพียงของโบราณหรือสินค้าสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟอีกต่อไป แต่มันคืออีกภาษาหนึ่ง ที่ช่วยขยายคำว่ากาแฟให้กว้างยิ่งขึ้น เป็นประตูให้ผู้บริโภคได้สำรวจรสชาติ เสน่ห์ และวัฒนธรรม โดยไม่ต้องพึ่งคาเฟอีน ในยุคที่การดื่มคือประสบการณ์ กาแฟข้าวบาร์เลย์มีข้อดีทั้งในเชิงรสชาติและเชิงธุรกิจที่คุ้มค่าที่น่าทดลองอยู่ไม่น้อย



เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

Comments


bottom of page