เสน่ห์แม่สะต๊อบ
- coffeetravelermag
- Apr 28
- 2 min read

" บ้านแม่สะต๊อบมีเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติแบบ Local Guide เป็นเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของพืชป่า เสียงสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ "
เมื่อสายลมเย็นและฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดช่วงเสียงสายน้ำในลำห้วยที่ค่อย ๆ ไหลผ่านก้อนหินและหมอกยามเช้าที่ปกคลุมหมู่บ้านอย่างอ่อนโยนที่นี่คือบ้านแม่สะต๊อบ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ที่ยังคงความสงบและเสน่ห์ของวิถีชีวิตบนพื้นที่สูงไว้ได้อย่างครบถ้วน
อำเภอแม่แจ่มอาจเป็นชื่อคุ้นหูสำหรับคนรักธรรมชาติและกาแฟ แต่สำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ บ้านแม่สะต๊อบคือหนึ่งในจุดหมายที่กำลังเติบโต ทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงชุมชน และศักยภาพด้านกาแฟที่ซ่อนอยู่ภายในภูเขานี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบ้านแม่สะต๊อบในมุมมองลึกซึ้ง ผ่านภูมิประเทศ ผู้คน และความหวังใหม่ของกาแฟบนพื้นที่สูง
เมื่อเราเลี้ยวซ้ายเข้าไปจากบ้านปางเกี๊ยะ ปางอุ๋ง ฝั่งอำเภอแม่แจ่ม เข้าไปที่บ้านแม่สะต๊อบซึ่งตั้งอยู่ในอ้อมกอดของภูเขาสูง ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เป็นหมู่บ้านที่กระจายตัวกันอยู่ตามเนินเขา มีลำห้วยสายเล็กไหลผ่านให้ความชุ่มชื้นตลอดปีอากาศที่นี่เย็นสบายตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยเฉพาะวันที่เราไป ฝนที่ตกเกือบทั้งวันยันตลอดคืน ทำให้การใช้ชีวิตที่นี่เป็นไปอย่างเรียบง่ายและพึ่งพาธรรมชาติอย่างแนบสนิท
Photo credit : Coffee Traveler
พื้นที่นี้ยังมีป่าชุมชนบ้านสบแม่สะต๊อบกว่า 700 ไร่ ซึ่งชาวบ้านช่วยกันดูแลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 ป่าผืนนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำ แต่ยังเป็นตู้กับข้าวของชุมชน ในนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพร เห็ดป่า และไม้ที่ใช้ทำงานหัตถกรรม ซึ่งการอยู่อาศัยร่วมกับธรรมชาติทำให้บ้านแม่สะต๊อบยังคงรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชนเผ่า และความอบอุ่นแบบบ้าน ๆ ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้พักใจในทันทีที่ก้าวเข้าสู่หมู่บ้าน
ที่บ้านแม่สะต๊อบมีเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติแบบ Local Guide เป็นเส้นทางเดินป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของพืชป่า เสียงสายน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ที่นักเดินทางสามารถเรียนรู้ในเรื่องของสมุนไพร เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากป่าแบบยั่งยืน หรือเดินสำรวจน้ำตกเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในป่า มีวิวทะเลหมอกแบบ 360 องศา ที่ชื่อดอยพะติโด่และหมื่อกาโด
ในเวลาเช้าตรู่ของฤดูหนาว หมอกจะปกคลุมพื้นที่จนเหมือนหมู่บ้านกำลังลอยอยู่เหนือเมฆ สร้างภาพที่สวยงามและสงบนิ่งจนลืมเวลา
Photo credit : Coffee Traveler
"หว่าทีโกรโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยคนในหมู่บ้าน ที่ช่วยกันก่อร่างสร้างบ้านน้อยหลังนี้ขึ้นมาด้วยพลังของชุมชน โดยมีครูเอ ครูโรงเรียนบ้านปางอุ๋ง สาขาบ้านแม่สะต๊อบเป็นคนริเริ่มความคิดของการสร้างโฮมสเตย์หลังนี้ขึ้นมา"
สัมผัสวิถีชนเผ่าและวัฒนธรรมพื้นบ้าน
บ้านแม่สะต๊อบยังคงมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น อาหารพื้นถิ่น การแต่งกายแบบดั้งเดิม การทำเกษตรพื้นที่สูง และกิจกรรมของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้มีส่วนร่วมอย่างเป็นกันเอง บางช่วงของปีอาจมีงานประเพณีเล็ก ๆ ซึ่งแสดงถึงความผูกพันของผู้คนและผืนป่าอย่างลึกซึ้ง เช่น งานมัดมือ ที่ผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้านจะออกมามัดมือให้ขวัญและอวยพรต่อเด็ก ๆ และคนในหมู่บ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือน

บ้านหว่าทีโกร (WA TEE GRO HOMESTAY) โฮมสเตย์เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
หว่าทีโกรโฮมสเตย์ ดำเนินการโดยคนในหมู่บ้าน ที่ช่วยกันก่อร่างสร้างบ้านน้อยหลังนี้ขึ้นมาด้วยพลังของชุมชน โดยมีครูเอ ครูโรงเรียนบ้านปางอุ๋ง สาขาบ้านแม่สะต๊อบเป็นคนริเริ่มความคิดของการสร้างโฮมสเตย์หลังนี้ขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์ที่อยากให้เป็นพื้นที่ที่รับนักท่องเที่ยว และเป็นรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน การดูแลนักท่องเที่ยว หรือการเป็นไกด์พานักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับวิถีชุมชนของตัวพวกเขาเอง มีการจัดการแสดงเล็ก ๆ โดยเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ที่มาเต้นในแบบประเพณีดั้งเดิมของชนเผ่าปกากะญอ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักที่โฮมสเตย์แห่งนี้ด้วย ทำให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตจริงของคนพื้นที่ ไปพร้อมกับอาหารบ้าน ๆ รสมือของชาวบ้านตัวจริง ทั้งหมดนี้ทำให้การพักในบ้านแม่สะต๊อบเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง
“ผมทำตรงนี้เป็นศูนย์กลาง ต่อไปในอนาคต ผมอยากจะกระจายไปสู่บ้านแต่ละหลัง น่าจะถือว่าบ้านหลังนี้เป็นศูนย์รวมก่อนเพราะว่าทุกวันนี้ชาวบ้าน มาทำกิจกรรมอะไรกันตรงนี้นะครับ ว่าจะเป็นกันประชุมหมู่บ้านทุกคนจะมาประชุมตรงนี้ ใครที่เข้ามาส่งเสริมอะไรที่หมู่บ้านก็ตรงนี้ หรือในเรื่องของการทอผ้า ก็จะมาใช้สถานที่ตรงนี้เช่นกัน”
ครูชัชวาลย์ กันชิวา หรือครูเอ ครูโรงเรียนปางอุ๋ง สาขาบ้านแม่สะต๊อบผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ของหมู่บ้านนี้ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เล่าให้เราฟังตรงหน้าบ้านหลังเล็กหลังนี้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยอ่อน ๆ และเสียงน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้าน
Photo credit : Coffee Traveler
“ชาวบ้านที่นี่ให้ความร่วมมือมากนะครับ แม้กระทั่งบ้านหลังนี้ ผมไม่ได้จ้างใครเลย ชาวบ้านทุกคนจะมาช่วยกัน จะสลับหมุนเวียนกันมา อันนี้มันเป็นความผูกพันในชุมชนด้วย เวลามีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก ก็จะมีแม่บ้าน 2 คน ที่มาช่วยตรงนี้ แล้วก็ถ้ามีแขกเยอะหรือว่ามีงานใหญ่ ๆ ก็จะมีชาวบ้านมาร่วมกันทำ
ความโดดเด่นของที่นี่คือธรรมชาติ ภายในหมู่บ้านมีน้ำตกมีธารน้ำไหลผ่านหมู่บ้าน มีดอยพะติโด่และหมื่อกาโด มีวิถีชุมชน ตอนนี้มีต่างชาติเริ่มเข้ามาหลายกลุ่มแล้ว มีเด็กในโรงเรียนที่ผมสอนอยู่ จะไปแสดงต้อนรับแขกเด็ก ๆ ก็จะได้รับเงิน แต่ไม่เยอะ เพราะผมไม่อยากให้เด็กคิดว่ามาแล้วต้องได้เงินเยอะ แต่ผมอยากจะให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าพูดแม้กระทั่งกับชาวต่างชาติเด็กจะได้คุ้นเคย เวลาแขกมา เราก็จะพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชุมชนของเรา หลายที่ผมก็ให้เด็กเป็นคนนำ”
นอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ไฮไลต์สำคัญสำหรับเราคือกาแฟ อำเภอแม่แจ่มนับเป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิกาชั้นดีในพื้นที่ภาคเหนืออีกหนึ่งแหล่ง หลายพื้นที่กำลังเปลี่ยนไร่ข้าวโพดเป็นไร่กาแฟ ทำให้หลายพื้นที่กลับมาเขียวชอุ่มขึ้นอีกหนด้วยระดับความสูงตั้งแต่ 900 – 1,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีอุณหภูมิที่เย็นสบายและเหมาะสม กับดินที่อุดมด้วยธาตุอาหาร ทำให้กาแฟสุกช้าและสร้างความหวานธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
สำหรับกาแฟที่บ้านแม่สะต๊อบ ส่วนใหญ่ปลูกในระบบ Shade - grown หรือ Agroforestry ภายใต้ร่มไม้ ทำให้ระบบนิเวศยังคงสมดุล ผลผลิตที่ได้จะมีคาแรกเตอร์เฉพาะ เช่น โทนผลไม้แดง สมุนไพร น้ำตาลไหม้ ในแบบกาแฟบนพื้นที่สูง และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรที่บ้านแม่สะต๊อบเริ่มนำความรู้ด้านแปรรูปมาใช้ในหมู่บ้าน เช่น การคัดผลสุกอย่างพิถีพิถัน มีการแปรรูปแบบ Natural และเข้าใจระบบการตากที่ไม่ทำให้เสียรสชาติของความเป็นกาแฟของบ้านแม่ตะต๊อบได้เป็นอย่างดี
Photo credit : Coffee Traveler
"กาแฟที่นี่มีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็อยากจะต่อยอดในเรื่องผลิตภัณฑ์ชุมชน ไว้สำหรับขายให้นักท่องเที่ยว เวลานักท่องเที่ยวเข้ามา มันจะเป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมีรายได้จากส่วนนี้"
หมอสมเดช มธุรสเบญจา หรือที่พวกเราที่ไปเยือนสวนของแก เรียกแกว่าหมอ หมอเป็นหมอที่อนามัยของหมู่บ้านแม่สะต๊อบ จนเพิ่งจะเกษียณได้เมื่อปีที่แล้วหมอเป็นคนที่อื่น ที่มาได้ครอบครัวอยู่ที่บ้านแม่สะต๊อบแกมีสวนกาแฟขนาดใหญ่ ที่มีต้นกาแฟอยู่กว่า 4,000 ต้น ตรงแถว ๆ สถานนีป่าไม้ก่อนเข้าตัวหมู่บ้าน สวนของหมดมีทั้งส้ม อะโวคาโด และกาแฟ ที่ถูกปลูกอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ทุกปี หมอจะใช้วิธีจ้างชาวบ้านมาช่วยกันเก็บเมล็ดเชอรรีแล้วเอาไปแปรรูปที่ลานกว้างใกล้ ๆ โรงเรียนในหมู่บ้านมีแค่หมอคนเดียวที่มีเครื่องโม่เมล็ดเชอร์รี ความภูมิใจเรื่องนี้ ทำให้แกคุยและยิ้มไม่หยุดเพราะหมอบอกว่าตัวแกตั้งใจในการผลิตกาแฟมาก อยากทำกาแฟออกมาให้ดีที่สุด และปีนี้กาแฟของหมอก็น่าจะออกมาดีที่สุดจริง ๆ
“เจ้าหน้าที่โครงการหลวงที่บ้านปางอุ๋ง ให้คำแนะนำว่าที่หมู่บ้านแม่สะต๊อบสามารถปลูกกาแฟได้ดี โตเร็ว ก็เลยติดต่อขอซื้อมาต้นละ 5 บาท ซื้อมา 2,000 ต้น และก็มีอีกโครงการหนึ่งเป็นโครงการเผยแพร่ศาสนาอาจารย์ที่เผยแพร่ศาสนา ติดต่อแล้วเอาต้นกล้าจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาแจก ผมก็เลยเอามาปลูกเพิ่มแต่ตอนนั้นชาวบ้านไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ผมก็เลยเอามาปลูกเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ชาวบ้านก่อน ปัจจุบันนี้มีประมาณ 4,000 กว่าต้น หน้าฝนปีนี้ก็ลงเพิ่มไปอีก 300 ต้น
พอกาแฟมันสุก ผมจะจ้างชาวบ้าน ขอชาวบ้านไปเก็บให้ผม สมมุติว่าเก็บวันนี้ มาถึงบ้านก็โม่เปลือกออก แช่ในน้ำกะละมังใหญ่ ๆ หนึ่งคืน พอเช้าก็เอาออกไปตากถ้าแดดดีก็ประมาณ 3 วัน ถ้าแดดไม่ดีก็ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็จะแห้ง”
กาแฟบ้านแม่สะต๊อบในวันนี้ นับว่าเป็นความหวังใหม่ของชุมชน ที่ถึงแม้ว่าบ้านแม่สะต๊อบจะยังไม่เป็นชื่อที่ดังในวงการกาแฟเท่าหมู่บ้านอื่น ๆ แต่ศักยภาพของพื้นที่ถือว่าสูงมาก หลายครัวเรือนปลูกกาแฟสลับกับพืชพื้นบ้าน เช่น ข้าวไร่ หรือสมุนไพรจากป่า ผลผลิตกาแฟส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบครัวเรือน ที่มีผู้ที่ทำจริงจังแบบคุณหมดและพะตี้อีกคน แต่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดี ป่า ชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ และความสนใจของคนรุ่นใหม่ ทำให้กาแฟแม่สะต๊อบกำลังอยู่ในช่วง “ตั้งต้นสู่วิถีกาแฟคุณภาพ” และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของชุมชนบนพื้นที่สูงแห่งนี้ ที่กำลังจะกลายเป็น “ผู้ผลิตกาแฟรุ่นใหม่” ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคนรุ่นใหม่ ๆ อย่างครูเอบอกว่า
“สำหรับเรื่องกาแฟ ตอนนี้หมู่บ้านแม่สะต๊อบเป็นพื้นที่สูงประมาณ 1,702 เมตรจากระดับน้ำทะเลกาแฟที่นี่มีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็อยากจะต่อยอดในเรื่องผลิตภัณฑ์ชุมชน ไว้สำหรับขายให้นักท่องเที่ยวเวลานักท่องเที่ยวเข้ามา มันจะเป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมีรายได้จากส่วนนี้ เพราะว่าทุกวันนี้ชาวบ้านจะเก็บเมล็ดเชอร์รีขาย ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ถ้ามีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตกาแฟทั้งกระบวนการ รายได้ก็จะอยู่กับชาวบ้านจากที่ไปขายกิโลละไม่กี่บาท แต่ผมเชื่อว่าถ้าแปรรูปออกมาเป็นกาแฟคั่ว มูลค่าของกาแฟก็จะเพิ่มขึ้น เงินในกระเป๋าชาวบ้านก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Photo credit : Coffee Traveler
การท่องเที่ยวเชิงกาแฟประสบการณ์ที่นักเดินทางอยากตามหา
การมาเยือนบ้านแม่สะต๊อบไม่ใช่แค่การเที่ยวธรรมชาติเพียงแค่อย่างเดียว เพราะนอกจากวิถีชุมชน น้ำตกลับ ๆ ท้ายหมู่บ้าน หรือดอยพะติโด่ กาแฟและสวนกาแฟที่บ้านนี้ คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างตามหาเช่นกัน เพราะนอกจากนักเดินทางที่ไปพักที่หว่าทีโกรโฮมสเตย์จะได้ทำกิจกรรมคั่วกาแฟด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นผลิตผลของหมู่บ้านตรงกองไฟริมน้ำหน้าบ้านหลังน้อยนี้แล้ว การไปเดินชมแปลงกาแฟกับเกษตรกรอย่างที่แปลงของคุณหมอ หรือใกล้หน่อยก็แปลงกาแฟหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นแปลงกาแฟที่อยู่ในความดูแลของครูเอ เพื่อลองเก็บผลเชอร์รี (ในช่วงเก็บเกี่ยว) เรียนรู้การแปรรูปแบบพื้นบ้าน และได้ชงกาแฟ ซึ่งเป็นผลผลิตของหมู่บ้านดื่มเอง ด้วยอุปกรณ์ที่ชาวบ้านที่นี่ก็ใช้กัน เสน่ห์ต่าง ๆ เหล่านี้ หาไม่ได้แน่ ๆ จากเมืองใหญ่
การท่องเที่ยวลักษณะนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเดินทางไปเพื่อเติมความสุขให้กับตัวเองเท่านั้น แต่มันคือการไปเพื่อช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่ม ไปเพื่อให้กำลังใจในการที่ชาวบ้านอนุรักษ์ป่า และไปเพื่อช่วยกันสร้างคุณค่าให้กับกาแฟท้องถิ่นอย่างแท้จริง
บ้านแม่สะต๊อบอาจเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขา แต่ทุกก้าวของการพัฒนากาแฟและการท่องเที่ยวเชิงชุมชน คือก้าวที่สำคัญ เส้นทางนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของที่นี่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ป่ายังคงสมบูรณ์ อนาคตของเด็กในหมู่บ้านมีความหวัง และกาแฟบ้านแม่สะต๊อบก็ก้าวเข้าใกล้ความยั่งยืนด้านอาชีพของชาวบ้านได้มากขึ้น สำหรับนักเดินทางและคนรักกาแฟ บ้านแม่สะต๊อบคือพื้นที่ที่คุณจะได้เห็นมากกว่า “วิวสวย” แต่คือเรื่องราวของผู้คนที่กำลังสร้างอนาคตจากผืนป่า ภูเขา และกาแฟเม็ดเล็ก ๆ ให้เติบใหญ่ไปได้พร้อม ๆ กัน


" บ้านแม่สะต๊อบอาจเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขา แต่ทุกก้าวของการพัฒนากาแฟและการท่องเที่ยวเชิงชุมชน คือก้าวที่สำคัญ เส้นทางนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของที่นี่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ป่ายังคงสมบูรณ์ อนาคตของเด็กในหมู่บ้านมีความหวัง และกาแฟบ้านแม่สะต๊อบก็ก้าวเข้าใกล้ความยั่งยืนด้านอาชีพของชาวบ้านได้มากขึ้น "
เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ
และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ
- - -
Facebook : Coffee Traveler
Instagram : coffeetraveler_magazine
Youtube : Coffee Traveler
Blockdit : I am Coffee Traveler / coffeetravelermag









































Comments