top of page

3 ผู้ประกอบรายใหญ่เปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งแรกของปี 2023

จบไปแล้วกับงานกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกับ “Thailand Coffee Fest 2023” ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 - 16 กรกฎาคม ณ IMPACT Arena เมืองทองธานี โดยในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์เข้าใจง่าย “Good coffee for everyone” อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมการแข่งขันและการเสวนาตลอดระยะเวลา 4 วันเต็ม นอกจากนี้ ภายในงานยังเต็มไปด้วยบริษัทกาแฟและเครื่องดื่มชั้นนำระดับประเทศ อีกทั้งยังมีในส่วนของอุปกรณ์กาแฟแบรนด์ระดับโลกมากมาย ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ประกอบการในการนำเสนอสินค้าหรือเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกันกับ 3 ผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับท็อปของวงการกาแฟไทย BONCAFE (Thailand), LongBeach, และ Salotto ที่นำสินค้าใหม่มาเปิดตัวครั้งแรกในงานนี้กันแบบจัดเต็ม


กาแฟเบลนด์ใหม่ “Esyen” ซึ่งเกิดจากการร่วมมือเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (Integrated Tribal Development Foundation: ITDF) ซึ่งเป็นคู่ค้าของบอนกาแฟ (ประเทศไทย) มาอย่างยาวนาน

Esyen by BONCAFE (Thailand)

บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านกาแฟ รวมถึงการเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงเครื่องทำกาแฟแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์มากว่า 32 ปี และมีสาขาทั่วประเทศไทยมากกว่า 24 สาขา ได้เปิดตัวเมล็ดกาแฟเบลนด์ใหม่ “Esyen” ซึ่งเกิดจากการร่วมมือเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยผ่านมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (Integrated Tribal Development Foundation: ITDF) ซึ่งเป็นคู่ค้าของบอนกาแฟ (ประเทศไทย) มาอย่างยาวนาน โดยเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่จดทะเบียนกับรัฐบาลไทย และมีหัวเรืออย่างอาจารย์ไมค์ (Michael R. Mann) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของมูลนิธิฯ ซึ่งโครงการของทางมูลนิธิฯ จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของระบบน้ำหรือการชลประทาน รวมถึงตอบสนองความต้องการในหลายแง่มุมของชีวิตทั้งน้ำสะอาด สุขอนามัย การเกษตร การศึกษา สุขภาพ และพืชเศรษฐกิจสำหรับหมู่บ้านที่ขาดแคลนทรัพยากรภายในกลุ่มชนเผ่าทั้งหมด



" บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด เห็นความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรพื้นที่สูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคงจึงสนับสนุนเมล็ดกาแฟไทยมาโดยตลอด "


ปัจจุบันทางมูลนิธิหรือตัวของอาจารย์ไมค์เองยังคงลงพื้นที่ไปดูงาน วางแผนและส่งเสริมเหมือนเช่นเคย ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิ ITDF ยังคงมีโครงการเกษตรที่เข้าไปส่งเสริมพร้อมจัดตั้งกลุ่มกาแฟอย่างต่อเนื่อง โดยทำไปแล้วกว่า 40 หมู่บ้าน ทั่วภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ทาง ITDF นอกจากจะรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรของชาวบ้านแล้ว ยังร่วมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ประปาหมู่บ้าน สถานีอนามัย โรงเรียน การส่งเสริมความรู้ในการปลูกพืชผลทางการเกษตรให้กับชาวบ้านกว่า 14,000 ครอบครัว และเพิ่มพื้นที่ในการพัฒนามากขึ้นในทุก ๆ ปีอีกด้วย


บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด เห็นความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรพื้นที่สูง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคง จึงสนับสนุนเมล็ดกาแฟไทยมาโดยตลอด เพื่อนำกาแฟไทยคุณภาพดีมาใช้อยู่ในผลิตภัณฑ์กาแฟหลากหลายเบลนด์ ส่งต่อเป็นเมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพดีที่ส่งตรงไปยังกลุ่มลูกค้าในทุก ๆ ช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และในปีนี้ บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จึงได้เปิดตัวเมล็ดกาแฟเบลนด์ใหม่ในชื่อ “Esyen” ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นหูของคนไทย และถือได้ว่าเป็นเมนูประจำชาติของบ้านเราเลยก็ว่าได้ ที่เกิดจากการพัฒนาทางวัฒนธรรมในการดื่มกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ จนเกิดเป็นเมนูกาแฟที่มีรสชาติหวานมันอย่างลงตัว ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นเครื่องดื่มของคนไทย พร้อมการส่งเสริมและสนับสนุนเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทยมาโดยตลอด จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทางทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบอนกาแฟ (ประเทศไทย) ได้เลือกใช้วัตถุดิบเมล็ดกาแฟไทยคุณภาพดี มารวมอยู่ในเบลนด์ “Esyen” ทั้งโรบัสตาจากสหกรณ์กาแฟจังหวัดระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในการผลิตกาแฟคุณภาพดีมาอย่างยาวนาน และกาแฟสายพันธุ์อาราบิกาจากเกษตรกรหลายแหล่งปลูกคุณภาพดีทางภาคเหนือของประเทศไทย รวมถึงจากมูลนิธิ ITDF ด้วยเช่นกันรวมถึงการพัฒนาในเรื่องระดับการคั่วและอัตราการเบลนด์ที่เหมาะสม เพื่อให้รสชาติกาแฟที่ได้สามารถนำมาชงในเมนู Esyen ได้อย่างกลมกล่อมและมีรสสัมผัสแบบกลิ่นถั่วคั่วเคลือบคาราเมล และมีบอดี้ที่หนักแน่นแต่นุ่มนวลด้วยรสชาติดาร์กช็อกโกแลต และปิดท้ายด้วยกลิ่นคาราเมลที่ยังคงค้างในลำคออีกครั้ง จนทำให้เกิดเป็นเมนูกาแฟที่รสชาติกำลังดี ความหอมและรสชาติที่หนักแน่น แต่ไม่ได้เข้มจนเกินไปนอกจากนี้เมล็ดกาแฟ “Esyen” ยังสามารถนำมาใช้ชงในเมนูต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย เช่น เมนูกาแฟดำและกาแฟนมได้ทั้งร้อนหรือเย็น แน่นอนว่าเมล็ดกาแฟเบลนด์ใหม่ “Esyen” ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าและเป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟเป็นอย่างยิ่ง



LongBeach ไซรัปกาแฟ หรือ “ลองบีชคอฟฟี่ไซรัป” ยังคงขึ้นแท่นสินค้าขายดีเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะไซรัปตระกูลคาราเมล, วานิลลา, ไวท์ช็อกโกแลต, และฮาเซลนัท

ลองบีชคอฟฟี่ไซรัป และคาวามิชาญี่ปุ่นคุณภาพ by Annapolis

บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ได้นำสินค้าตัวใหม่มาเปิดตัวพร้อมเปิดตลาดกันภายในงานนี้ครั้งแรก ซึ่งบริษัท แอนนาโพลิส จำกัด เรามักจะคุ้นกับแบรนด์ LongBeach ที่เป็นผู้นำด้านวัตถุดิบเครื่องดื่มแบบครบวงจรอีกหนึ่งแบรนด์ ที่เหล่าคาเฟ่หรือร้านกาแฟรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยมีทั้งไซรัป เพียวเร่ ชา กาแฟ และผงสำหรับทำเครื่องดื่ม ขนม และท็อปปิ้ง แต่จริง ๆ แล้วภายใต้บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ยังมีด้วยกันอยู่อีกถึง 3 แบรนด์ คือ LongBeach, KAWAMI และ GoFresh โดยมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปตามสโลแกนของบริษัท “The Ultimate Beverage Solutions”


ในส่วนของ LongBeach ไซรัปกาแฟ หรือ “ลองบีชคอฟฟี่ไซรัป” ยังคงขึ้นแท่นสินค้าขายดีเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะไซรัปตระกูลคาราเมล, วานิลลา, ไวท์ช็อกโกแลต, และฮาเซลนัท นอกจากนี้ ยังมีตัวโรสเต็ดอัลมอนด์, ทอฟฟี่นัท, และทีรามิสุ ที่นำมาทำเป็นลาเต้ให้กับลูกค้าได้ชิม อีกทั้งยังมีการแนะนำในการสร้างสรรค์เมนูกาแฟจากลองบีชคอฟฟี่ไซรัปในเมนูอื่น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ทางลองบีชได้เปิดตัวไซรัปค็อกเทลมิกซ์ ซึ่งยังไม่มีการวางจำหน่ายในตลาด แต่นำมาเปิดตัวให้ลูกค้าได้ชิมก่อนในงาน ซึ่งมีด้วยกันถึง 4 รสชาติ ได้แก่ โมฮิโต (Mojito), มาร์การิต้า (Margarita), คอสโมโพลิแทน (Cosmopolitan), และพีน่าโคลาด้า (Piña colada) โดยไซรัปทั้งสี่ตัวได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี อีกหนึ่งตัวเด็ดที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียวอย่างตัว “เพียวเร่พริกเกลือ” ซึ่งยังไม่มีการนำมาวางขายแต่มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยการนำมาทำเป็นเมนูฝรั่งพริกเกลือที่ใช้เพรียวเร่ฝรั่งสีชมพูกับตัวเพียวเร่พริกเกลือผสมเข้าด้วยกัน บอกได้เลยว่าได้รสสัมผัสคล้ายกับฝรั่งสดจิ้มกับพริกเกลือจริง ๆ


ทางฝั่งของ KAWAMI เองก็ยกขบวนชาญี่ปุ่นคุณภาพที่นำเข้าจากชิซูโอกะและอูจิมาให้ได้ชิมเช่นกัน ซึ่งทางบริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ทำการอิมพอร์ตโดยตรงจากไร่ชาและมีทีม QA (Quality Assurance) หรือทีมการประกันคุณภาพเดินทางไปตรวจสอบทุกปี เพื่อนำเข้ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์มัทฉะของแบรนด์คาวามิ หนึ่งในตัวขายดีตลอดกาลคงหนีไม่พ้น “คาวามิมัทฉะ 100%” มัทฉะญี่ปุ่นแท้นำเข้าจากชิซูโอกะที่มีความหอมคล้ายกับดอกไม้ (Floral) แต่ยังคงความเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ของชาไว้ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ตัวที่ได้เสียงตอบรับจากลูกค้ากันอย่างเนืองแน่น “คาวามิเกนไมฉะ 100%” เป็นชาที่มีข้าวคั่วญี่ปุ่นผสมกับใบชา ทำให้มีเอกลักษณ์ที่ได้กลิ่นหอมของข้าวคั่ว ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในบ้านเราเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ความหอมของข้าวพร้อมใบชาอย่างชัดเจน และ “คาวามิโฮจิฉะ 100%” ชาคั่วสีน้ำตาลจากชาเซ็นฉะญี่ปุ่นกลิ่นหอมฟุ้งที่ผ่านกรรมวิธีการคั่ว 2 รอบ ทำให้มีรสฝาดที่ค่อนข้างน้อยกว่าตัวอื่น ๆ


อีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่ GoFresh ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยจุดเด่นของ GoFresh จะเน้นไปที่ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือคาเฟ่ ที่มีในส่วนของเครื่องดื่มรีฟิล เนื่องจากเป็นผงชงสำเร็จที่สามารถชงได้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง โดยมีอยู่ 6 รสชาติได้แก่ ฟรุ๊ตพั้นช์, เก๊กฮวย, ชาเขียวมัทฉะมะลิ, ชาพีช, อัญชันเลม่อนน้ำผึ้ง, และชาข้าวเกนไมฉะ ซึ่งนอกจากจะแนะนำวิธีการชงแล้ว ในส่วนของการคำนวณต้นทุนและปรับสูตรเพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของกลุ่มลูกค้าของผู้ประกอบการแต่ละราย ทาง GoFresh เขาก็นำมาเสนอให้ด้วยเช่นกัน บอกได้เลยว่าทั้งสามแบรนด์ยังคงพัฒนาในตัวสินค้ามาอย่างต่อเนื่องและนำเสนอรสชาติใหม่ ๆ ออกมาทุกปี เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่เป็นทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ลูกค้าที่ชื่นชอบการทำเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน



สำหรับ Probat P01-lll ซึ่งเป็น Series 3 ที่ถูกพัฒนามาจาก Probatino ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตั้งแต่ปี 2011 บริษัท ซาลอตโต้ จึงนำน้องใหม่ P01-lll มาเปิดตัวและคั่วให้ดูในงาน

PROBAT P01-lll by Salotto

หากพูดถึงการคั่วกาแฟและเจาะจงไปที่เครื่องคั่ว โรสเตอร์หลายคนคงมีเครื่องคั่วในดวงใจกันอยู่ไม่กี่เครื่อง การันตีได้เลยว่าหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น “Probat” เครื่องคั่วจากประเทศเยอรมันที่มี Know how มากว่า 150 ปี และถูกยกให้เป็นเครื่องคั่วอันดับหนึ่งที่ดีที่สุดในโลก แน่นอนว่าในบ้านเราเองยังคงเป็นที่นิยมและเป็นความฝันของโรสเตอร์หรือเจ้าของร้านกาแฟที่อยากจะมีเครื่องคั่ว Probat สักตัว บริษัท ซาลอตโต้ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องคั่ว Probat หนึ่งเดียวในประเทศไทย และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องคั่วมากว่า 17 ปีก็ได้นำ Probat น้องใหม่อย่าง P01-lll ในกลุ่มของ P Series และ P01-III Limited edition มาเปิดตัวภายในงานเช่นกัน


บริษัท ซาลอตโต้ จำกัด เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เรียกได้ว่าอยู่คู่วงการกาแฟไทยมาตั้งแต่ยุคกาแฟแมสจนถึงปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์ของการทำธุรกิจกาแฟมากว่า 20 ปี ทำให้ซาลอตโต้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำธุรกิจกาแฟได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรดอยม่อนล้าน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีในส่วนของร้านกาแฟที่จัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟ และโรงสีกาแฟสำหรับการคัดแยกเมล็ดกาแฟหรือ Grading อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทั้งเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ และเครื่องคั่วกาแฟ รวมถึงให้บริการซ่อมบำรุงได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ผ่านทีมช่างมืออาชีพ เพราะฉะนั้นประสบการณ์ในเรื่องของกาแฟและการเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟร่วม 20 ปี สามารถการันตีได้ถึงการบริการลูกค้าอย่างทั่วถึง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในเรื่องของอุปกรณ์ได้อย่างดีเลยทีเดียว ในส่วนของการเป็นตัวแทนจำหน่าย Probat เองก็เช่นกัน ปัจจุบันลูกค้ายังคงให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ซึ่งทางซาลอตโต้เองก็ได้มีการประสานงานร่วมกันกับทีม Probat ประเทศเยอรมัน ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน สำหรับ Probat P01-lll ซึ่งเป็น Series 3 ที่ถูกพัฒนามาจาก Probatino ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตั้งแต่ปี 2011 บริษัท ซาลอตโต้ จึงนำน้องใหม่ P01-lll มาเปิดตัวและคั่ว

ให้ดูในงาน ซึ่งได้เสียงตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดีเช่นกัน ด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาดและโปรแกรมออโต้ที่ Friendly กับผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคั่วกาแฟเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บกราฟการคั่วไว้ใช้สำหรับการคั่วรอบถัดไป ซึ่งข้อมูลในกราฟจะยังคงอยู่ทั้ง Chart temperature, เวลาที่ใช้คั่วทั้งหมด, และอุณหภูมิในการจบการคั่ว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบออโต้และคั่วกาแฟออกมาได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ อีกทั้งตัวเครื่องยังสามารถรับรู้ได้เองถึงความร้อนที่สะสมอยู่ภายใน ซึ่งเครื่องจะจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อให้การคั่วสามารถเข้ากราฟเดิมได้จนจบการคั่ว รวมถึงยังมีการพัฒนาในส่วนของการโชว์กราฟการคั่วที่สามารถแสดงได้ในตัวซอฟแวร์ของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งซอฟต์แวร์อื่น นอกจากนี้ในส่วนโหมดการสแตนบายด์ P01-lll ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน ซึ่งโรสเตอร์สามารถตั้งเวลาได้ตามอุณหภูมิที่ต้องการได้ เพื่อรอคั่วรอบต่อไป ทำให้โรสเตอร์สามารถโฟกัสกับเรื่องที่ต้องจัดการตรงหน้าหลังจากปล่อยเมล็ดออกจากเครื่อง แทนการปิดตัวเบิร์นเนอร์เพื่อลดอุณหภูมิลง และเปิดอีกครั้งให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการ หรือต้องเฝ้าดูอุณหภูมิไม่ให้มากจนเกินไปสำหรับการคั่วรอบต่อไป วิธีนี้จึงทำให้เสียเวลาในการคั่วรอบต่อไปค่อนข้างมาก ซึ่งโหมดสแตนบายด์ของ Probat จะช่วยเลี้ยงอุณหภูมิให้เป็นไปตามที่โรสเตอร์กำหนด เรียกได้ว่า Probat เขาคิดวิธีแก้ปัญหาและแก้ไขจุดบกพร่องที่จะทำให้การคั่วไม่สม่ำเสมอได้อย่างดีเลยทีเดียว


ในส่วนของ P01-III Limited edition มีฟังก์ชันการใช้งานและระบบซอฟต์แวร์เหมือนกับ P01-lll ทุกประการ แต่ความพิเศษคือ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของ Series 3 ทาง Probat ได้ทำตัว Limited edition 9 แบบไม่ซ้ำกัน โดยการเขียนภาพวาดจากศิลปินระดับโลกอย่าง David Salinas ประกอบด้วยสามเรื่องราว Harvest series, Geometric series, และ Life cycle series บอกได้เลยว่าเป็นลายหนึ่งเดียวในโลกอย่างแน่นอน ดังนั้น P01-III จึงเป็นตัวที่ทำงานได้ค่อนข้างหลากหลาย แม้จะเป็นเครื่องสำหรับการคั่วต่อรอบเพียง 1 กิโลกรัม แต่สามารถคั่ว 20 กิโลกรัมภายในหนึ่งอาทิตย์ได้แบบมืออาชีพ เนื่องจากตัวเครื่องถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานได้จริง ซึ่งมีตัวดรัมโรสเตอร์ที่เป็นไซส์มาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้งานหรือโรสเตอร์สามารถคั่วกาแฟได้อย่างมืออาชีพและได้กาแฟรสชาติคุณภาพดีมีความสม่ำเสมอ



 

Coffee Traveler

เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

สมัครสมาชิกนิตยสารได้ที่ : IN BOX Facebook Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

109 views0 comments

Comments


bottom of page