top of page

Coffee Traveler Trip On The Farm #1

กอดขุนเขา นั่งดูทะเลหมอก ออกไปชมธรรมชาติ

ดริปกาแฟกับชุมชนคนเลี้ยงช้าง



การเดินทางของ Coffee Traveler Trip On The Farm ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 14 – 16 มกราคม ที่ผ่านมา ผ่านไปด้วยดี ถึงแม้จะมีอุปสรรคที่ต้องเจอคือเป็นช่วงการระบาดของโควิด 19 พอดิบพอดี ทำให้หลายคนจำเป็นต้องยกเลิกทริป แต่เราก็ไปต่อ ทริปนี้ เราไปที่หมู่บ้านห้วยผักกูด ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความอบอวนของกลิ่นอายธรรมชาติ ความผูกพันระหว่างช้างกับคน วัฒนธรรมที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย มาพร้อมกับกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ทั้งการเรียนรู้เรื่องของกาแฟตั้งแต่กระบวนการเก็บ ลักษณะพื้นที่ ไปจนถึงการแปรรูปกาแฟ และยังได้ชิมกาแฟจากสวนกาแฟปลอดสารของหมู่บ้าน กิจกรรมเดินป่าชมถ้ำ ความงามของหินงอกหินย้อย ได้ขี่ช้างชมธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ถือเป็นการผจญภัยที่ถูกใจสายลุยทุกคน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเบาๆ ผ่อนคลายสบายใจ อย่างการให้อาหารช้าง ไปเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รีที่ไร่เยรีโค ซึ่งเป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นไร่เดียวที่มีสนามบอลขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางไร่ นอกจากการนั่งฟังแนวคิดการทำไร่สตรอว์เบอร์รีจนประสบความสำเร็จแล้ว คุณวีระพันธ์ เสริมพันธกิจ เจ้าของไร่เยรีโค ยังบอกว่าสนามฟุตบอลที่อยู่กลางไร่นั้น เป็นความชอบส่วนตัวเรื่องฟุตบอล และอยากส่งต่อโอกาสและทักษะความรู้ให้เด็กๆ ในพื้นที่ เพื่อตอบแทนสังคม



เราพักกันที่ศรีออนโฮมสเตย์ห้วยผักกูด โฮมสเตย์อารมณ์ดีที่คนเข้าพักจะได้รับทั้งความสุข ความสนุก และความประทับใจจากโฮมสเตย์หลักร้อยแต่วิวมีให้ถึงหลักล้าน ของวิน อัศวิน ทรัพย์ไพรวัลย์ เจ้าของร้านกาแฟ ศรีออนโฮมสเตย์ห้วยผักกูด ที่มีแนวคิดอยากพัฒนาพื้นที่ และกาแฟของหมู่บ้านห้วยผักกูดให้เป็นที่รู้จัก รวมถึงให้สามารถเป็นช่องทางเสริมรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ได้รับการสืบทอดมาจากพี่รุต จำนงค์ ทรัพย์ไพรวัลย์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกาแฟบ้านห้วยผักกูด ผู้เป็นพ่อ ที่มีแนวคิดที่อยากเปลี่ยนจากการทำไร่เลื่อนลอยปลูกข้าวโพด มาปลูกพืชยืนต้น ปลูกพืชแบบผสมผสาน เพราะปัจจุบันชาวบ้านปลูกไร่ข้าวโพดเพื่อส่งออกให้กลุ่มนายทุนเป็นอาชีพหลัก ที่สร้างรายได้เพียงช่องทางเดียว เมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยวก็ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้ในการทำกิน จึงทำให้พื้นที่ถูกรุกล้ำมากยิ่งขึ้น พี่รุตยังมีความตั้งใจในเรื่องกาแฟที่อยากพัฒนาและต่อยอดกาแฟของหมู่บ้านให้เป็นพืชหลักที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ป่า ให้ป่าคงอยู่คู่บ้านห้วยผักกูดตลอดไป นอกจากนี้แล้วยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พยายามรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และความสมบูรณ์ของธรรมชาติในหมู่บ้านห้วยผักกูด ด้วยการทำให้พื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้คนภายนอกได้รู้จัก และเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ เพราะนอกจากจะเป็นการกระจายรายได้ให้คนในหมู่บ้านแล้ว ยังทำให้ชาวบ้านรู้สึกถึงคุณค่าของพื้นที่ และเอกลักษณ์ที่สวยงามของบ้านห้วยผักกูด จึงกลายมาเป็นเจตนาในการทำทริปในครั้งนี้ของเรา ที่อยากถ่ายทอดส่งต่อเรื่องราวของพื้นที่ ผู้คน ช้าง กาแฟ และธรรมชาติให้ทุกคนได้รับรู้ และสัมผัสถึงมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านห้วยผักกูด



พี่โอ๊ต หรือ สพ.ญ มาตยา ทวีชาติ หนึ่งในผู้ร่วมทริปกับเรา เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นในการเดินทางครั้งนี้ว่า “เพราะพี่เปิ้ล (สพ.ญ. ณัฐฐศศิ สืบประสิทธิ์) เป็นคนชวนมา เขาอยากมาออกทริปกาแฟ มาลองชิมกาแฟ อยากดูกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นว่าเป็นยังไง ส่วนตัวพี่เองชอบเที่ยวดอย เดินป่าอยู่แล้ว เลยกลายมาเป็นทริปของสองคนที่มีความชอบต่างกัน ที่มีปลายทางเดียวกัน คือการมาทริปนี้” ในขณะที่พี่เปิ้ล หรือ สพ.ญ. ณัฐฐศศิ สืบประสิทธิ์ ผู้ที่มีเป้าหมายเด็ดเดี่ยวในการเดินทางครั้งนี้เล่าว่า “พี่เป็นคนชอบกินกาแฟ และได้ติดตามนิตยสาร Coffee Traveler อยู่แล้ว จึงเห็นประกาศจากในไอจี ส่วนตัวพี่ไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้นานแล้ว พี่ไม่ค่อยชอบเที่ยวแบบสายผจญภัย แต่ก็ได้ตัดสินใจชวนพี่โอ๊ตมาร่วมทริปกัน” จากการตัดสินใจร่วมออกเดินทางในครั้งนี้ ให้ทั้งการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้มาพบเจอเหตุผลของการเดินทาง ได้มาทดสอบพลังของร่างกายและจิตใจ รวมทั้งได้มาใช้ช่วงเวลาที่เพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ และการดื่มด่ำกาแฟในบรรยากาศที่คละเคล้าไปด้วยสายลมหนาว



พอมาก็ชอบ ประทับใจในบรรยากาศที่นี่ โฮมสเตย์ดี

ธรรมชาติยังเป็นธรรมชาติจริงๆ อยากให้มีทริปดีๆ แบบนี้อีก


จากการเดินทางที่ได้มอบความประทับใจให้กับทุกคนที่ร่วมเดินทาง รวมถึงคุณพี่ 2 สาวสัตวแพทย์หญิง อย่างพี่เปิ้ลบอกว่า “พอมาก็ชอบ ประทับใจในบรรยากาศที่นี่ โฮมสเตย์ดี ธรรมชาติยังเป็นธรรมชาติจริงๆ อยากให้มีทริปดีๆ แบบนี้อีก ในส่วนความประทับใจที่สุดในทริปนี้ของพี่ต้องยกให้การเดินไปถ้ำ และได้ขี่ช้าง มันเป็นป่าจริงๆ ธรรมชาติจริงๆ พี่ว่าไม่น่าจะหาที่ไหนได้แล้ว รวมถึงคนที่นี่อัธยาศัยดี สบาย ถ้าถามว่าให้มาอีกมั้ย พี่มาแน่นอน” ส่วนพี่โอ๊ตก็เล่าถึงความประทับใจอันมากมายถึงการเดินทางในครั้งนี้ว่า “พอได้มาเรารู้สึกประทับใจมากๆ คือหมู่บ้านนี้ ชอบความตั้งใจของการอยากเปลี่ยนหมู่บ้านที่ทำไร่เลื่อนลอยเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชยืนต้น มีป่าด้วย มีกาแฟกินด้วย มีทั้งสองอยู่ด้วยกัน และชอบตอนเดินป่า เราได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านจริงๆ ความเรียบง่าย และมันทำให้พี่อินกาแฟมากขึ้น ปกติพี่ไม่ใช่เป็นคนกินกาแฟ รู้สึกว่าเมืองไทยสามารถผลิตกาแฟที่ดีได้เลย อยากสนับสนุนชาวบ้านด้วย เราเห็นถึงความตั้งใจ เป็นอะไรที่เราควรสนับสนุนคนกลุ่มนี้ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของช้าง พี่รู้สึกถึงความผูกพันระหว่างคนกับช้างที่เป็นครอบครัวกันจริงๆ อยากให้คนไทยรู้จักที่นี่เยอะ ๆ ยิ่งตอนนี้โควิดเราก็ไปเที่ยวเมืองนอกไม่ได้ เมืองไทยก็มีอะไรน่าเที่ยวที่เป็นวิถีชีวิตของเราง่ายๆ ที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยได้สัมผัส”



พอได้มาเรารู้สึกประทับใจมากๆ คือหมู่บ้านนี้ ชอบความตั้งใจ

ของการอยากเปลี่ยนหมู่บ้านที่ทำไร่เลื่อนลอยเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชยืนต้น

มีป่าด้วย มีกาแฟกินด้วย มีทั้งสองอยู่ด้วยกัน



การได้ออกเดินทางร่วมกัน มันเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ การเรียนรู้ และความสุขที่หาได้ยากมากในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อเรามีโอกาสได้ออกเดินทาง ได้ผจญภัยเพื่อปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมา มันจะเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ และตราตรึงอยู่ภายในใจ รวมถึงความงดงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เสน่ห์ของหมู่บ้าน ความน่ารัก และความมีอัธยาศัยดีของผู้คนบ้านห้วยผักกูด ยิ่งเติมเต็มความประทับใจสำหรับการเดินทางของเรา และคอยพบกับกิจกรรมครั้งใหม่ของเรา เพื่อร่วมเดินทาง “เปิดโลกใบใหม่ไปกับเรา” ในครั้งหน้า อีกไม่นานเกินรอ

 

Coffee Traveler

เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

สมัครสมาชิกนิตยสารได้ที่ : IN BOX Facebook Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

272 views0 comments

Comments


bottom of page