top of page

Geisha First Valley : ก้าวใหม่ของกาแฟไทย สู่เวทีโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการกาแฟไทยได้ก้าวข้ามจากการให้ความสำคัญเพียงเรื่องสายพันธุ์ แหล่งปลูก หรือระดับการคั่ว ไปสู่การสร้างสรรค์รสชาติรูปแบบใหม่ ผ่านศาสตร์และศิลป์แห่งการหมัก (Fermentation) เทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงขั้นตอนพื้นฐานในโรงแปรรูป แต่วันนี้กลับกลายเป็นพื้นที่แห่งการทดลองที่ช่วยปลดล็อกคาแรกเตอร์ที่ไม่เคยถูกค้นพบในเมล็ดกาแฟธรรมดา ๆ


ในโลกของกาแฟไทย มีช่วงเวลาหนึ่ง ถูกเรียกว่า “The Year of Fermentation” ช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ได้หลอมรวมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างแนบแน่น เกษตรกร ผู้แปรรูป ไปจนถึงบาริสตาต่างสวมบทบาทนักทดลอง ที่ไม่ได้ทำเพียงชงกาแฟแต่กำลังสำรวจขอบเขตรสชาติใหม่ ๆ ผ่านกระบวนการหมักที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับจุลินทรีย์เฉพาะ การควบคุมอุณหภูมิและเวลา ไปจนถึงการใช้ผลไม้และวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นตัวกระตุ้นรสชาติ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือความหวานซับซ้อน กลิ่นผลไม้ที่โดดเด่น และโปรไฟล์รสชาติที่ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจอยู่เสมอ



การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกบันทึกไว้ใน Coffee Traveler ฉบับที่ 51 “The Year of Fermentation” ผ่านเรื่องราวของหนึ่งใน Coffee Ferment Designer มือโปรของวงการกาแฟไทยอย่าง “พี่เอก สุวรรณโณ” ผู้กล้าท้าทายกรอบเดิมของการแปรรูปกาแฟไทยมาตลอดหลายปี ผลงานของเขาทำให้ “การหมัก” ไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในโรงแปรรูปอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถกำหนดเอกลักษณ์และคุณค่าของกาแฟในระดับลึกที่สุด


บทความนั้นไม่เพียงถ่ายทอดความพยายามในการทดลองอย่างไม่รู้จบของพี่เอก ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ยีสต์เฉพาะทาง การควบคุมเวลา อุณหภูมิ ออกซิเจน ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการหมักที่เหมาะกับผลกาแฟ แต่ยังแสดงให้เห็นว่า กาแฟไทยยังซ่อนศักยภาพอีกมหาศาล ศักยภาพที่รอการปลดล็อกด้วยวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง


จากวันนั้นจนถึงวันนี้ พี่เอกยังคงเดินหน้าต่อยอดทุกการทดลอง เรียนรู้จากทุกความผิดพลาด และผลักดันรสชาติของกาแฟไทยให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น เส้นทางของเขากลายเป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่า การหมักไม่ได้เป็นเพียงเทคนิค แต่เป็น “ประตูบานใหม่” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตกาแฟไทยก้าวเข้าสู่โลกของ Specialty Coffee อย่างมั่นคง


ครั้งนี้ เรากลับมาติดตามเส้นทางของพี่เอกอีกครั้ง เพื่อมองดูทั้งความเติบโต การปรับตัวต่อความท้าทายใหม่ ๆ และมุมมองที่กว้างขึ้นจากผู้ที่ได้รับสมญานามว่า “Professor แห่งวงการกาแฟไทย” ผู้ยังคงเชื่อมั่นว่า ศักยภาพของกาแฟไทยยังมีอีกมากให้ค้นพบ และการหมัก ก็คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่อณูแห่งรสชาติและอนาคตของวงการกาแฟไทย


“Coffee Ferment Designer” : สามยุคแห่งนวัตกรรมจาก First Valley Coffee Estate

เบื้องหลังความสำเร็จของกาแฟไทยบนเวทีสากล มีรากฐานสำคัญมาจากความทุ่มเทในด้านนวัตกรรมการแปรรูป (Processing Innovation) ของ First Valley Coffee Estate ภายใต้ทีมวิจัยที่เรียกว่า “Coffee Ferment Designer” ซึ่งนำโดยพี่เอก สุวรรณโณ ผู้ก่อตั้งและ Professor แห่งวงการกาแฟไทย เริ่มจากการค้นหาความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟของแหล่งปลูก (Terroir) ทั้งได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปกาแฟมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทดลองการวิจัย และการยกระดับกระบวนการหมัก (Fermentation) จนสามารถพัฒนากระบวนที่เริ่มต้นจากการแปรรูปที่สะท้อนการเติบโตทั้งเชิงเทคนิคและความลุ่มลึกของรสชาติอย่างเป็นระบบ



"กาแฟ Geisha จาก First Valley Estate ถูกเลือกขึ้นสู่เวที World Barista Championship 2025 และสามารถผ่านเข้ารอบ Semi-Final"


ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างจริงจัง พี่เอกได้ใช้การแปรรูปแบบพื้นฐานดั้งเดิมทั่วไป (Traditional) โดยเน้นใช้วิธีการแปรรูปแบบ Dry Process และ Honey Process เป็นหลักและใช้กาแฟเชอร์รีจากแหล่งปลูกหรือ terroir เฉพาะที่คัดมาเป็น experiment lots แต่มีการปรับแต่งและควบคุมปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อกระบวนการแปรรูป เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ต้องการ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมการตากแห้งภายใต้อุณหภูมิที่ไม่เกิน 32 องศาเซลเซียส

เพื่อรักษาคุณค่าของสารอาหารในสารกาแฟและสารตั้งต้นที่ให้กลิ่นและรสชาติไว้ให้มากที่สุด จึงเรียกการแปรรูปวิธีนี้ว่า Cold Dry Process ควบคู่ไปกับการใช้ห้องตากกาแฟซึ่งออกแบบพิเศษในรูปแบบการความคุมความชื้นและอุณหภูมิ (Dehumidification & Temperature Control – DHTC)


ต่อมาหลังจากได้ค้นพบบุคลิกและคุณสมบัติของกาแฟในพื้นที่อย่างชัดเจน พี่เอกเริ่มนำเทคนิคและองค์ความรู้ด้านจุลินทรีย์มาประยุกต์ใช้กับการแปรรูปกาแฟอย่างจริงจังมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Bioprocessing ซึ่งเป็นกระบวนการหมักที่ควบคุมปัจจัยทางชีวภาพอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องของชนิดและปริมาณจุลินทรีย์อุณหภูมิ ความชื้น เวลาของการหมัก และการเพิ่มอาหารอินทรีย์ให้กับจุลินทรีย์ในระหว่างการหมัก ซึ่งแนวคิดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวัวนมที่เป็นสัตว์ 4 กระเพาะ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถย่อยและเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบให้เกิดสารและรสชาติที่ซับซ้อนได้อย่างเป็นธรรมชาติ


ซึ่งเป็นการแปรรูปในยุคที่สอดคล้องกับกระแสและได้รับความนิยมในระดับโลก คล้าย ๆ กับแนวทางของนักแปรรูปกาแฟที่มีชื่อเสียงในระดับสากลจากหลาย ๆ ประเทศ แต่สิ่งที่พี่เอกทำแตกต่างออกไปคือการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของ The First Valley Coffee Estate ด้วยการผสมผสานระหว่างกระบวนการแปรรูปพื้นฐาน (Traditional Process) ที่เป็นรากฐานสำคัญของการผลิตกาแฟคุณภาพ กับงานด้าน Bioprocessing ที่ใช้ความรู้เชิงลึกด้านจุลชีววิทยาและชีวเคมีเข้ามาประยุกต์ร่วมกัน


สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพัฒนาต่อยอดไปสู่การแปรรูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่กาแฟแต่ละล็อตไม่เพียงแต่สะท้อนรสชาติของสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูกเท่านั้น แต่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากกระบวนการหมักที่พิถีพิถัน ความรู้ทางชีวเคมี (Biochemistry) ช่วยให้พี่เอกเข้าใจปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างจุลินทรีย์และสารประกอบต่าง ๆ ในเมล็ดกาแฟ ในขณะที่ความเข้าใจในกระบวนการหมัก (Fermentation) ช่วยกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างรสชาติและกลิ่นที่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือกาแฟที่มีความซับซ้อนทั้งในด้านรสชาติและกลิ่น มีความโดดเด่นและแตกต่างจากกาแฟที่ผ่านการแปรรูปแบบปกติ ที่เป็นงานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พี่เอกจึงตั้งชื่อการแปรรูปนี้ว่า Unique Process


ด้วยการผสมผสานงานแปรรูปกาแฟทั้งสองแบบที่มีคุณค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ First Valley Coffee Estate จึงเป็นที่มาของการตั้งชื่อกาแฟชุดนี้ว่า “Jewel Series” ซึ่งแต่ละตัวจะใช้ชื่ออัญมณีที่มีลักษณะและเอกลักษณ์สอดคล้องกับรสชาติของกาแฟนั้น ๆ ซึ่งรวมไปถึง Pink Sapphire ที่คุณเจนและคุณเซนเลือกใช้ในการแข่งขันเวทีระดับประเทศและระดับโลก ก็เป็นหนึ่งในกาแฟชั้นเลิศจากชุด Jewel Series นี้เช่นกัน


ตลอดระยะเวลา 2 - 3 ปีที่ผ่านมาเป็นยุคของการท้าทายด้านนวตกรรมการแปรรูป นวัตกรรมที่สั่งสมทำให้ First Valley Coffee Estate มีความมั่นใจที่จะยกระดับงานแปรรูปไปอีกขั้น โดยเลือกสายพันธุ์ที่ท้าทายที่สุดอย่าง Geisha เป็นเวทีสำคัญของการพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการแปรรูปที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ดั้งเดิมของ Geisha ที่อ่อนหวาน ดอกไม้ชัด และโทนส้มซับซ้อนในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้มีความโดดเด่นมากพอที่จะสร้างสรรค์เมนูแข่งขันระดับโลก คือโจทย์ที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ขั้นสูงสุด


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทางฟาร์มก็ได้ผลผลิตกาแฟสายพันธ์ุเกชา (Geisha) เพิ่มเติมขึ้นมา จึงได้ทดลองคิดค้นกระบวนการแปรรูปที่มีความเหมาะสม เพื่อดึงศักยภาพของบุคลิกและรสชาติของกาแฟเกชา โดยเฉพาะจากสวนกาแฟที่ได้รับการดูแลใส่ใจเป็นอย่างดีด้วยการประยุกต์การแปรรูปแบบ Unique Process ด้วยการใช้เทคนิค Mosto Process and Enhancers Control โดยหัวใจสำคัญของกระบวนการนี้คือการเพาะเลี้ยงและเพิ่มประชากรเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ จากเปลือกและเชอร์รีกาแฟเกชามาเป็นหัวเชื้อสำหรับหมักกาแฟเกชาล๊อตต่อไปและยังคงควบคุมปัจจัยต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด รวมถึงความเข้มข้นของประชากรเชื้อจุลินทรีย์ ค่า PH ค่า Brix อุณหภูมิ ความชื้น และสภาวะแวดล้อมอื่นๆที่จำเป็น จากความโดดเด่นของ

เทคนิคสามารถที่จะดึงเอาศักยภาพเฉพาะตัวของสายพันธุ์ Geisha ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติที่โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้และโทนที่ซับซ้อนออกมาได้อย่างบริสุทธิ์มีความชัดเจน และมีมิติที่ซับซ้อนกว่าการแปรรูปทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยน Geisha ให้เป็นสิ่งอื่น แต่คือการผลักให้สิ่งที่ Geisha มีอยู่แล้วโดดเด่นที่สุด ทั้งความสะอาดของกลิ่นผลไม้ ความลื่นละมุนของบอดี้ และ Aftertaste ที่ยาวนานขึ้นราวกับเปิดโลกใหม่ให้สายพันธุ์นี้อีกครั้ง


การแปรรูปแบบการต่อยอดจาก Unique Process ด้วย Geisha Mosto ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ First Valley Coffee Estate ในการผลักดันขีดจำกัดของกาแฟไทยให้เทียบเท่ากับกาแฟจากแหล่งผลิตชั้นนำของโลก การพัฒนาที่ต่อเนื่องนำไปสู่ความสำเร็จ อันน่าภาคภูมิเมื่อกาแฟ Geisha จาก First Valley Coffee Estate ถูกเลือกขึ้นพิสูจน์ตัวเองบนเวที World Barista Championship 2025 โดยผ่านการนำเสนอของบาริสตาระดับสากลอย่างคุณฟิวเจอร์ (กิตติภพ เอ่งฉ้วน) และสามารถผ่านเข้ารอบ Semi - Final พร้อมสะท้อนให้โลกเห็นว่า กาแฟไทยไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของประเทศเล็ก ๆ แต่เป็นผลลัพธ์ ซึ่งหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การควบคุมการหมักที่เข้มงวดโดยนวัตกรรม และความรักในผืนดินที่ส่งผ่านตั้งแต่สวนสู่ถ้วยอย่างแท้จริง คือกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพกาแฟไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง


First Valley Coffee Estate กับบทพิสูจน์ศักยภาพกาแฟไทยบนเวทีโลก

World Barista Championship 2025 การแข่งขันระดับโลกที่รวมบาริสตาชั้นนำจากหลายประเทศเข้าร่วมเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นเพียงการประชันทักษะการชงกาแฟเท่านั้น หากแต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของเมล็ดกาแฟหนึ่งเมล็ด ที่ต้องผ่านการดูแลความทุ่มเท และนวัตกรรมจากจุดเริ่มต้นในไร่สู่แก้วกาแฟที่สมบูรณ์แบบบนเวทีโลก และปีนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทย เมื่อคุณฟิวเจอร์ (กิตติภพ เอ่งฉ้วน) ตัวแทนจากประเทศไทยสามารถผ่านเข้ารอบ Semi - Final ของ World Barista Championship 2025 ด้วยการนำเสนอเรื่องราวเพื่อสื่อสารตัวตน และรากเหง้าที่มีต่อกาแฟไทย และความตั้งใจที่จะใช้กาแฟไทยเป็นตัวแทนขึ้นเวทีโลก เพื่อบอกให้โลกเห็นถึงความก้าวหน้าของกาแฟจากบ้านเกิด


"เราก็เลยเอา Pink Sapphire ของพี่เอกไป Pairing กับ Experimental Milk สิ่งที่ได้ก็คือเป็นไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีแบบที่มันละลาย เรียกว่า Melted Strawberry Ice Cream ซึ่งมันเป็นกาแฟนมที่อร่อยมาก"



"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กาแฟจาก First Valley Coffee Estate ถูกนำไปใช้เพื่อประกาศศักดาในเวทีโลก ย้อนกลับไปในปี 2023 คุณเจน (กวินนาถ วีระวรเวท) ก็ได้เลือกใช้ “Pink Sapphire” กาแฟจาก Jewel Series ซึ่งผ่านกระบวนการหมักแบบ Unique Process บนเวที World Barista Championship 2023 ที่ประเทศกรีซ"


สำหรับการแข่งขันปีนี้ คุณฟิวเจอร์เลือกใช้กาแฟเกชา (Geisha) จาก First Valley Coffee Estate เพราะต้องการสื่อสารเรื่องราวของตัวเองผ่านกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า เกชาที่เขากำลังมองหานั้น จะต่างจากเกชาสาย Classic Geisha ที่มักมีโทนรสชาติแบบดั้งเดิมและบอดี้ที่ค่อนข้างคลีน เนื่องจากเขาต้องการเกชาที่มีคาแรกเตอร์เด่นชัดขึ้นจากกระบวนการแปรรูป ที่จะช่วยเพิ่มความฉ่ำหวาน ความลุ่มลึก และมิติของบอดี้ ทำให้กาแฟยังคงความเป็นเกชาอยู่ แต่มีความพิเศษมากพอสำหรับการสร้างสรรค์เมนูบนเวที รวมถึงการนำไปทำเป็นเมนูนม โดยยังคงกลิ่นรสเฉพาะตัวของกาแฟได้อย่างชัดเจน ซึ่งเกชาจาก First Valley Coffee Estate ตัวนี้ ก็ตรงกับสิ่งที่เขากำลังมองหาอย่างพอดี


“มันเป็นกาแฟที่เหมาะจะนำไปแข่งได้จริง ๆ ไม่ว่าจะใช้กับเมนูไหน การที่มันไปอยู่บนเวทีโลกได้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ากาแฟตัวนี้มีความโดดเด่นมากแค่ไหน คือสำหรับผม หน้าที่ของผมก็เหมือนเป็นเซฟ เราต้องคุมทั้งภาพรวมและรายละเอียดของกาแฟให้ได้ก่อน ซึ่งพอเราได้วัตถุดิบอย่างเกชาตัวนี้มา เราก็ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกับมัน ถ้าเราพยายามจะมองหาความสะอาดหรือคาแรกเตอร์ที่มันไม่มี แล้วอยากดึงให้มันออกมา ก็จะทำได้ยาก แต่พอเราเปิดใจทำความเข้าใจกับตัวกาแฟตัวนี้จริง ๆ ซึ่งเป็นกาแฟที่ผ่านการ Fermentation มา และมีกลิ่นรสที่เฉพาะตัวค่อนข้างมากเราก็ยิ่งเห็นศักยภาพของมันชัดขึ้น จากนั้นเราก็แค่ขับสิ่งที่มันมีอยู่แล้วให้เด่นที่สุด ในแก้วหรือในเมนูที่เหมาะสม ผลลัพธ์คือมันสามารถแสดงตัวตนออกมาได้ดีมากเลย”


ความสำเร็จของคุณฟิวเจอร์ใน World Barista Championship 2025 เป็นสิ่งที่ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพของบาริสตารุ่นใหม่ของไทย แต่ยังตอกย้ำถึงความก้าวหน้าของวงการกาแฟไทยในระดับสากลอย่างชัดเจน ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กาแฟจาก First Valley Coffee Estate ถูกนำไปใช้เพื่อประกาศศักดาในเวทีการแข่งขันระดับโลก ย้อนกลับไปในปี 2023 คุณเจน (กวินนาถ วีระวรเวท) ก็ได้เลือกใช้ “Pink Sapphire” กาแฟจาก Jewel Series Experiment 2020/21 ซึ่งผ่านกระบวนการหมักแบบ Unique Process จาก First Valley Coffee Estate บนเวที World Barista Championship 2023 ที่ประเทศกรีซ และและได้พาตัวเองเข้าไปสู่รอบ 16 คนสุดท้าย และล่าสุดกับแชมป์ Thailand National Barista

Championship 2026 ซึ่งคุณเจนได้รับสิทธิ์เป็น ตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันต่อในเวทีระดับโลก World Barista Championship 2026 ที่ประเทศปานามาด้วย


“เจนรู้สึกว่ากาแฟไทยก็มีคุณสมบัติพอที่จะแข่ง ตอนนั้นเจนเลือก Catimor Pink Sapphire ของพี่เอกที่มีการ Coffee Processing ที่ดี มาเบลนด์กับ Panama Geisha เพื่อให้มันดูน่าสนใจขึ้นไปอีก กลายเป็นรสชาติใหม่ที่ควอลิตี้เท่าเดิม”


“Pink Sapphire” จาก First Valley Coffee Estate ถูกนำมาใช้บนเวทีแข่งขันระดับประเทศอีกครั้ง โดยคุณเซน (ชาญวิทย์ ไชยศิริวงค์) เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ในรายการ Thailand National Barista Championship (TNBC) 2026 บาริสตาผู้สร้างปรากฏการณ์และความประทับใจในการแข่งขันนี้ผ่านการนำ Pink Sapphire มาจับคู่กับ Experimental Coffee ที่ออกแบบมาเฉพาะทาง จนได้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือรสชาติแบบ Melted Strawberry Ice Cream ซึ่งเป็นกาแฟนมที่ทั้งสนุก อร่อย และน่าประทับใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้แต่กาแฟสายพันธุ์ธรรมดาอย่างคาติมอร์ หากนำไปแปรรูปด้วยด้วยความคิดสร้างสรรค์และการทดลองที่จริงจัง ก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่อะไรที่มีความพิเศษกว่าเดิมได้


“กาแฟตัวนี้พี่เอกจะเลือกเก็บเฉพาะเม็ดสีเหลือง ทำ Double Anaerobic ด้วย Different Yeast ยีสต์ต่างกันสองตัว สิ่งที่ได้ก็คือทำให้กาแฟสายพันธุ์คาติมอร์ มันเทิร์นรสชาติที่เป็นธรรมดากลายเป็นสตรอว์เบอร์รี เราก็เลยเอา Pink Sapphire ของพี่เอกไป Pairing กับ Experimental Milk สิ่งที่ได้ก็คือเป็นไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีแบบที่มันละลาย เรียกว่า Melted Strawberry Ice Cream ซึ่งมันเป็นกาแฟนมที่อร่อยมาก”


เรื่องราวของบาริสตาทั้งสาม สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของ First Valley Coffee Estate ในฐานะ “Coffee Ferment Designer” ที่ได้สั่งสมนวัตกรรมการแปรรูปกาแฟผ่าน “สามยุคแห่งการพัฒนา” ตั้งแต่ยุคแรกที่มีการศึกษาและทำความเข้าใจสายพันธุ์กาแฟและการหมัก ยุคสองที่เริ่มมีการทดลองเทคนิค Anaerobic Fermentation และจัดการยีสต์ ไปจนถึงยุคปัจจุบันที่ใช้เทคนิคการหมักที่ซับซ้อน และการทดลองรสชาติอย่างละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้ First Valley ไม่เพียงแต่ผลิตกาแฟคุณภาพสูง แต่ยังสร้างประสบการณ์รสชาติที่แตกต่างและโดดเด่น ให้กับบาริสตาที่กล้าคิดนอกกรอบได้นั่นเอง



"การแปรรูปแบบ Geisha Mosto ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ First Valley Coffee Estate ในการผลักดันขีดจำกัดของกาแฟไทยให้เทียบเท่ากับกาแฟจากแหล่งผลิตชั้นนำของโลก"



เป็นนิตยสารที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ

และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ

- - -

Facebook : Coffee Traveler

Youtube : Coffee Traveler

 
 
 

Comments


bottom of page