Baan OuadChum Treehouse
- coffeetravelermag
- Jan 9
- 2 min read

ร้านกาแฟที่ยึดหลักการทำงานร่วมกับชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพในชุมชน ไปจนถึงการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น
ร้านกาแฟที่เกิดจากความตั้งใจของครอบครัวหนึ่งที่ต้องการให้ชุมชนชาวบ้านอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความหมาย โดยยึดหลักการทำงานร่วมกันกับชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพในชุมชน ไปจนถึงการสร้างโอกาสให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไอเดียแรกเริ่มทั้งหมดมาจากคุณพ่อของคุณปิ่น (ณัฐนรี แต้ไพสิฐพงษ์) ซึ่งต่อยอดความคิดร่วมกับสถาปนิกมากฝีมืออย่างคุณโจ้ (พัชระ วงศ์บุญสิน) จากทีม P.O.A.R ให้สถานที่แห่งนี้กลายมาเป็นบ้านต้นไม้ที่สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ทำให้ ‘บ้านต้นไม้อวดชุม’ แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป นอกจากสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว คือการสร้างพื้นที่ให้ชุมชนได้ ‘อวด’ ตัวตนอย่างเต็มที่ จนเป็นที่มาของชื่อ “อวดชุม” ด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นแบบ 100% มารังสรรค์และเสิร์ฟให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ สมุนไพร หรือแม้แต่กาแฟโรบัสตา จากสวนของชุมชนโดยตรง ผสมผสานกับแนวคิดการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง และยิ่งไปกว่านั้น ทางร้านยังมีแผนจะสร้างห้อง อย. ในอนาคต เพื่อให้ชุมชนสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับเดียวกัน พร้อมต่อยอดส่งออกสู่ตลาดที่ใหญ่กว่าเดิมได้อย่างมั่นคง คุณปิ่นเล่าให้ฟังว่า “หลายคนมาที่นี่แล้วมักจะเข้าใจว่า ‘บ้านต้นไม้อวดชุม’ เป็นคาเฟ่ แต่จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์หลักของที่นี่ไม่ใช่แค่การเสิร์ฟเครื่องดื่มสูตรพิเศษ แต่เป็นการทำงานร่วมกับชุมชนในจังหวัดชุมพร โดยเดิมทีแล้วอวดชุมมีสินค้าชุมชนหลากหลาย เช่น กะปิ เคย น้ำผึ้ง น้ำตาลจาก หรือน้ำตาลมะพร้าว แต่เพราะขาดโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น คุณพ่อเลยเข้าไปช่วยส่งเสริมด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์
การขอเลข อย. และการนำไปขายในห้าง ซึ่งเมื่อสินค้าพร้อมแล้ว จึงต่อยอดให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมกับพื้นที่สำหรับการแสดงสินค้าในชุมชน จึงกลายมาเป็น “บ้านต้นไม้อวดชุม” แห่งนี้”
ปัจจุบันนี้ ขนมหรือเบเกอรีของทางร้านยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา เพื่อให้ได้เมนูที่มีความอร่อยและมีคุณค่าในเวลาเดียวกัน ด้วยการดึงจุดเด่นของวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด แม้กระนั้นเครื่องดื่มของทางร้านก็รับประกันได้เลยว่าไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน แต่ละเมนูสะท้อนถึงตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบได้อย่างชัดเจน โดยเมนูที่ได้รับความนิยมและขายดีที่สุดของร้าน คือ ช็อกโกแลตชุมพร ที่ใครได้ลิ้มลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติคล้ายกับดอกไม้สีขาว ผสมผสานกับความหวานละมุนแบบผลไม้ และความเข้มข้นของช็อกโกแลต ต่อมาเป็น เอสเย็นน้ำตาลจากแท้ ๆ ผสมกับนมข้นคุณภาพ แทนการใช้น้ำเชื่อมและครีมเทียมแบบทั่วไป ทำให้ได้รสชาติหวานมัน กลมกล่อม แต่ไม่เลี่ยน และปิดท้ายด้วยเมนูที่หลายคนชื่นชอบอย่าง น้ำผึ้งป่าส้มจี๊ด ที่ส่งตรงมาจากป่าเบญจพรรณของชุมพร รสชาติไม่หวานโดด มีมิติ ซับซ้อน และสดชื่น
โครงสร้างของ “บ้านต้นไม้อวดชุม” ไม่ได้งดงามแค่ภายนอก แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายสุดลึกซึ้งในทุกองค์ประกอบ ตัวอาคารหลักใช้ไม้จากบ้านเก่าที่ถูกรื้อถอน ก่อนจะนำไปชุบชีวิตใหม่ รวมเข้ากับต้นไม้ใหญ่จำนวน 13 ต้นที่กลายมาเป็นเสาหลักของร้าน คอยค้ำจุนโครงสร้างเอาไว้อย่างมั่นคง โดยคุณปิ่นอธิบายเพิ่มเติมว่า “เดิมทีแล้ว ต้นยางนาที่เป็นเสาหลักของร้านกำลังจะถูกโค่นทิ้งและนำเข้าสู่โรงเลื่อย เรารู้สึกเสียดายหากปล่อยให้มันเสียเปล่า จึงได้ขอซื้อและนำมาปลูกใหม่ ซึ่งบางต้นสามารถเติบโตไปเป็นโครงสร้างสำคัญของร้าน ส่วนต้นที่ไม่รอดก็นำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ตกแต่งภายในร้าน และด้วยความ
เคารพต่อต้นไม้อายุหลายสิบปี เราจึงเก็บรูปลักษณ์ที่สวยงามแบบดั้งเดิมของมันไว้เพื่อคงความสวยงามตามแบบธรรมชาติจริง ๆ เพราะทุกต้น ล้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง อยู่ที่ว่าใครจะมองแบบไหน”
พื้นที่ทั้งหมดถูกวางโครงสร้างไว้เหมือนกับ “COMPLEX” ขนาดย่อมที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน โดยคอมเพล็กซ์หนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหลักของร้านจะประกอบไปด้วย 6 ชั้นที่เรียงตัวซ้อนกันขึ้นไปอย่างอิสระ ชั้นที่ 1 เป็นห้องแรกรับสำหรับให้บริการเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ในชุมชน ชั้นที่ 3 ถูกออกแบบให้เป็นห้องสมุดสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการทำงานหรือการประชุม และชั้นที่ 6 เป็นห้องพักเดี่ยวที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้สุดลูกหูลูกตา ส่วนชั้นอื่น ๆ จะเป็นลานโล่ง มีหลังคา เหมาะสำหรับการทำกิจกรรม การพบปะ หรือการนั่งเล่นรับสายลมอ่อน ๆ ส่วนคอมเพล็กซ์สองกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้าง คุณปิ่นเล่าว่าจะทำเป็นร้านอาหารและพื้นที่ทำอาหารแบบครบวงจร พร้อมห้องพักส่วนตัวอีก 9 ห้องไว้รองรับแขกที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะในยามเช้าที่เรียกได้ว่าบรรยากาศดีสุด ๆ
ด้านการออกแบบก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มีความหมายไม่แพ้กัน โดยคุณโจ้ สถาปนิกผู้ออกแบบร้านกาแฟสุดเอกลักษณ์แห่งนี้เล่าว่า “ก่อนหน้านี้ผมทำงานออกแบบโรงแรมมาเยอะ เวลาที่ออกแบบอะไรบางอย่างก็มักจะมองถึงความถาวรและความแตกต่างเป็นหลัก ซึ่งก่อนที่จะได้ออกแบบงานนี้ ผมได้ศึกษาอย่างจริงจังว่าจังหวัดชุมพรมีอะไร เพื่อหาจุดเด่นที่จะทำให้ผู้คนยอมเดินทางมาที่นี่ จนได้ค้นพบคำตอบ คือ ‘ลม’ ด้วยภูมิศาสตร์ที่ไม่ได้เปิดออกสู่มหาสมุทรโดยตรง ชุมพรจึงเป็นจังหวัดที่มีลมแรงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพายุฝน นั่นจึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจและไอเดียสำคัญในการออกแบบร้านแห่งนี้ ให้กลายเป็นพื้นที่เปิดรับลมได้อย่างเต็มที่” คุณโจ้เล่าต่อไปว่า “ความท้าทายของงานนี้คือการออกแบบโครงสร้างให้สัมพันธ์กับลักษณะของต้นไม้หลัก 13 ต้น ให้ได้มากที่สุด และยังต้องใช้ไม้เป็นวัสดุหลักทั้งหมด ซึ่งไม่เหมือนกับงานสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ที่สามารถวางแผนและควบคุมแนวทางการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน เพราะที่นี่ไม่มีอะไรเป็นเส้นตรง ทุกอย่างต้องปรับตามโครงสร้างของต้นไม้แต่ละต้น ทั้งความโค้ง ความเอียง และกิ่งก้านสาขาต่าง ๆ จึงทำได้แค่เขียนแบบล่วงหน้า 20% ส่วนที่เหลือต้องปรับและแก้ไขหน้างาน โดยอาศัยช่างไม้ผู้ชำนาญการณ์เป็นพิเศษและความเข้าใจธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งถือว่าเป็น
ผลงานที่ใช้ไม้เป็นพระเอกหลักที่ดีที่สุดของเราก็ว่าได้”
นอกจากการออกแบบที่ดูแปลกตาและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ “บ้านต้นไม้อวดชุม” ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างหลัก ๆ ที่ใช้ล้วนไม่ก่อให้เกิด Carbon Footprint ไม่ว่าจะเป็นไม้ที่ไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า ต้นยางนาที่สูงกว่า 30 เมตร สำหรับการทำเป็นเสาที่มีชีวิต ส่วนโครงสร้างอื่น ๆ ที่ต้องใช้เหล็กเป็นองค์ประกอบในการรับน้ำหนักก็เลือกใช้เหล็กรีไซเคิลคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงและทนทานด้วยเหตุนี้เองสถาปัตยกรรมของที่นี่จึงไม่ได้สวยงามเพียงแค่เปลือกนอก แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างแท้จริง “ร้านกาแฟลักษณะนี้ ถือได้ว่ามีที่เดียวในโลกก็ว่าได้ ด้วยระเบียงไม้หลาย ๆ ชั้นที่อยู่ติดริมทะเล รวมกับลมในพื้นที่ที่ค่อนข้างรุนแรง และการเลือกใช้ไม้แท้ ๆ ทั้งหลังไม่ใช่แค่นำไม้มาใช้การตกแต่งเท่านั้น แต่ทั้งหมดเป็นไม้จริง ๆ ที่ผู้คนสามารถ
สัมผัสได้ และด้วยความเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่มีต้นไม้จริง ๆ เป็นเสาหลัก ผมเชื่อว่าในยุคนี้มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่กล้าทำแบบนี้ จนกลายมาเป็นจุดเด่นเฉพาะที่นี่” คุณโจ้กล่าว
การตกแต่งภายในเน้นไปที่การสื่อถึงความเป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุด โดยการใช้แสงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างบรรยากาศ เพื่อให้ภายในร้านดูอบอุ่นและผ่อนคลาย ด้วยวัสดุหลักเป็นไม้ ทุกอย่างจึงกลมกลืนและไม่มีมูดโทนเด่นชัด เพราะต้องการนำเสนอความเรียบง่ายและเนื้อแท้ของไม้ให้ชัดเจน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ใครมาต่างสะดุดตา คือ ท่อนไม้ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางร้าน เปรียบเหมือนหัวใจของโครงสร้างไม้ แสดงถึงแนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของร้าน ร้านกาแฟแห่งนี้จึงไม่ได้เน้นไปที่ความสวยงามตามแบบฉบับร้านกาแฟในยุคปัจจุบัน แต่เป็นการแสดงถึงเนื้อแท้ของสิ่งที่มันควรจะเป็นให้ได้มากที่สุด เพราะคุณโจ้มองว่า “หากสถานที่แห่งนี้มีการตกแต่งให้สวยงามทันสมัยตามกระแสสังคม อาจทำให้น่าสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วจะเลือนหายไปพร้อมกับเทรนด์ใหม่ ๆ ที่เข้ามา”
บ้านต้นไม้อวดชุม (Baan OuadChum Treehouse) ไม่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงร้านกาแฟหรือคาเฟ่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ทางร้านตั้งใจถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่ไปกับสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับการส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ไปด้วยกัน เพราะนอกจากพื้นที่ทำกิจกรรม อาหารและเครื่องดื่มแล้ว ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับชุมชนจริง ๆ ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การเกษตร รวมถึงการทัวร์ธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล หรือการสำรวจป่าในระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นผู้บอกเล่าความสวยงามของธรรมชาติ แต่ธรรมชาติเป็นผู้เล่าเรื่องราวด้วยตัวมันเองผ่านบ้านต้นไม้อวดชุมแห่งนี้

ที่นี่ไม่ได้เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวความสวยงามของธรรมชาติ แต่ธรรมชาติเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวมันเอง ผ่านบ้านต้นไม้อวดชุมแห่งนี้

Contributor
ปิ่น (ณัฐนรี แต้ไพสิฐพงษ์)
คุณปิ่น เจ้าของร้าน Baan OuadChum Treehouse ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ก่อนจะไปศึกษาต่อในด้าน Integrated Product Design ที่มหาวิทยาลัยบรูเนลลอนดอน โดยก่อนที่คุณปิ่นจะเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ คุณปิ่นเคยทำงานประจำในตำแหน่งการตลาดให้กับบริษัทแห่งหนึ่งมาก่อนแต่ประจวบเหมาะกับทางคุณพ่อที่ต้องการเริ่มทำร้านกาแฟที่สะท้อนถึงความหลงใหลในธรรมชาติ คุณปิ่นจึงตัดสินใจเข้ามาช่วยคุณพ่อในการดูแลเรื่องการตลาด การออกแบบ ไปจนถึงเรื่องสินค้าภายในชุมชน ภายใต้แนวคิดการสนับสนุน และส่งเสริมสินค้าในชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานให้สูงขึ้น

Contributor
โจ้ (พัชระ วงศ์บุญสิน)
คุณโจ้ สถาปนิกผู้ออกแบบ Baan OuadChum Treehouse คาเฟ่บ้านต้นไม้แห่งเดียวในประเทศไทย ผู้หลงใหลในงาน
ศิลปะและการออกแบบ ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งที่ตัวเองออกแบบสามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมได้ คุณโจ้จึงตัดสินใจ
ศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่คณะ
Landspace Architecture มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ตามคอนเซปต์ของร้านที่คุณโจ้วางไว้ พร้อมแนวคิดที่ต้องการออกจาก
กรอบเดิม ๆ ของตัวเอง จึงมองหาว่าชุมพรมีอะไร ที่อื่นไม่มีอะไร ก่อนจะออกแบบร้านกาแฟแห่งนี้ให้กลายเป็นสุดยอด
สถาปตยกรรมที่ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังสามารถอยู่คู่กับธรรมชาติได้อย่างยั่งยื่นอีกด้วย
----
ร้าน : Baan OuadChum Treehouse
นักออกแบบ : คุณโจ้ (พัชระ วงศ์บุญสิน)
พิกัดร้าน : ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร
Coffee Traveler
เป็นนิตยสารรายสองเดือน ที่จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการส่งผ่านความรู้ทางด้านกาแฟ
และเสริมมุมความคิดในด้านธุรกิจกาแฟ
- - -
สมัครสมาชิกนิตยสารได้ที่ : IN BOX Facebook : Coffee Traveler
Instagram : coffeetraveler_magazine
Youtube : Coffee Traveler
Blockdit : I am Coffee Traveler / coffeetravelermag











Comments